CAPTIVE STATE สงครามปฏิวัติทวงโลก

CAPTIVE STATE สงครามปฏิวัติทวงโลก – มี 2 กรอบแนวคิดที่สามารถนำมาใช้มองหนังเรื่องนี้กรอบแนวคิดแรก เป็นการมองตามแนวคิด “หนังอิงหนัง” รวมถึง ตระกูลหนัง

ตามกรอบแนวคิดแรก หนังเรื่องนี้เป็นหนังเกี่ยวกับการบุกรุกของสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกหรือเอเลี่ยน ซึ่งการมองตามกรอบนี้จะพบการสร้างเรื่องที่น่าให้ความสนใจ หนังหลายเรื่องที่ผ่านมามักนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการบุกรุกของเอเลี่ยน โดยเอเลี่ยนเป็นฝ่ายบุก หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นหนังสงครามระหว่างเอเลี่ยนกับมนุษย์ CAPTIVE STATE สงครามปฏิวัติทวงโลก และมีหนังเรื่องหนึ่งที่แตกต่างออกไป คือเป็นเรื่องของการเจรจาต่อรองระหว่างเอเลี่ยนกับมนุษย์ โดยหนังบรรยายสถานการณ์และบรรยากาศแบบการคุมเชิงและรอดูท่าที ไม่ใช่การเปิดศึก เมื่อมาถึง Captive State หนังอาจนำเข้าเรื่องด้วยการบุก แต่เรื่องราวส่วนใหญ่ในหนังเป็นเรื่องของการปกครองโลก

หลังมนุษย์ยอมแพ้ เอเลี่ยนได้เข้ามาเป็นผู้ปกครองเหมือนกับว่าโลกเป็นอาณานิคม CAPTIVE STATE สงครามปฏิวัติทวงโลก “โลก” จึงมีฐานะเป็นรัฐที่ไม่อิสระ เพราะปกครองโดยเอเลี่ยน และมีลักษณะไปทางเผด็จการ Captive State จึงเปรียบเหมือนหนึ่งในผู้บุกเบิกเรื่องราวแนว “เอเลี่ยนปกครองโลก” กรอบแนวคิดที่สอง เป็นการมองที่เนื้อหาว่าด้วยรัฐเผด็จการ และความพยายามที่จะต่อต้านอำนาจรัฐ (ที่เอเลี่ยนเป็นผู้ควบคุม) เอเลี่ยนจึงเปรียบเหมือนผู้นำเผด็จการในรูปแบบต่างๆ

CAPTIVE STATE สงครามปฏิวัติทวงโลก ตอนหนึ่ง มีการบรรยายว่าระบอบที่ปกครองโลกอยู่ เป็นระบอบที่ดีแล้ว โดยมีสิ่งบ่งชี้ เช่น ผลิตผลการเกษตรเพิ่มขึ้น และอาชญากรรมลดต่ำลง แต่คนดูย่อมรู้ดีว่า แม้มีสิ่งบ่งชี้ไปในทางที่ดี

แต่ก็ยังเป็นระบอบเผด็จการ เนื้อหาดังกล่าวทำให้มองไปถึงการปกครองในบางประเทศที่อาจมีผู้ปกครองประเทศและผู้อยู่ใต้การปกครองมองว่าความสงบเรียบร้อยสำคัญยิ่งกว่าสิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค และการมีส่วนร่วมทางการเมือง นับว่าเป็นหนังที่เนื้อหาสาระหนักแน่น ชี้นำให้เกิดการขยายขอบเขตความคิด แต่ในแง่ความบันเทิง อาจไม่ตื่นเต้นระทึกใจ หรืออุดมด้วยสเปเชี่ยลเอฟเฟ็กต์อย่างที่อาจมีคนคาดหวัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *