Awearofwhite ปลุกกระแสยีนส์ขาด สร้างแบรนด์แฟชั่นโดนๆ

ถ้าย้อนกลับไปประมาณ 3- 4 ปีที่แล้ว กางเกงยีนส์ขาดอาจจะดูเป็นแฟชั่นที่เข้าถึงยากไปสักนิด เพราะในยุคนั้นกางเกงยีนส์สไตล์นี้ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก ใส่แล้วดูลุคเซอร์ๆ ไม่เรียบร้อย ผู้ใหญ่หลายคนอาจจะส่ายหน้าว่าทำไมกางเกงยีนส์ขาดขนาดนี้ถึงยังกล้าใส่!? แต่ด้วยความชอบส่วนตัวในการใส่กางเกงยีนส์ขาดของ พิ้งค์ – ปชาบดี ตัณฑปุตตะ สาวน้อยวัย 25 ปีที่แจ้งเกิดจากรายการสตอเบอรี่ชีสเค้ก จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นทำกางเกงยีนส์ขาดสุดเก๋แบรนด์ Awearofwhite อีกทั้งยังปลุกกระแสกางเกงยีนส์ขาดให้ฮอตฮิตในหมู่วัยรุ่นอีกด้วย

 

 

“ประมาณ 3 ปีที่แล้ว ตัวเราเองเริ่มต้นมาจากความชอบใส่กางเกงยีนส์และกางเกงยีนส์ขาดมาก แต่เราไม่ค่อยได้เจอกางเกงยีนส์ขาดที่มี Cutting สวยๆ หายาก เราเลยลองซื้อกางเกงยีนส์แบบเรียบๆ มาทำให้มันขาดเอง พอทำแล้วก็รู้สึกว่าอยากใส่กางเกงยีนส์ขาดๆ แบบนี้นี่แหละ จากนั้นก็เริ่มมีคนมาถามว่าซื้อมาจากที่ไหน พอคนเริ่มถามเยอะ เลยมีไอเดียว่า งั้นลองทำดูดีไหม พอเราคิดว่าอยากทำ เราก็ลงมือทำเลย เริ่มจากเล็กๆ ดูก่อน ใช้เวลาประมาณปีหนึ่ง ก็เกิดเป็นแบรนด์ Awearofwhite ขึ้น”

ด้วยความไฟแรง คิดแล้วลงมือทำในทันที ทำให้พิ้งค์ได้เจอกับอุปสรรคก้อนแรก นั่นคือการที่เธอวัดขนาดไซส์ผิดจนต้องรื้อสต็อกใหม่เลยทีเดียว แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ

 

 

“เราเป็นคนที่คิดปุ๊บแล้วลงมือทำเลย ทำให้เราไม่ได้รีเสิร์ชข้อมูลแบบเป๊ะอะไรขนาดนั้น ทีนี้เราเลยมาเจอกับอุปสรรคตอนทำแรกๆ ก็คือเราเอาตัวเองเป็นมาตรฐานในการวัดไซส์ โดยที่เราลืมไปว่าตัวเราเองผอมมาก เราคิดว่าเราไซส์ S แต่ความจริงเราคือ XS เลยมีปัญหาว่าทำออกมาแล้วลูกค้าใส่ไม่ได้ ตอนนั้นเลยเจอปัญหาเรื่องสต็อกที่ทำออกมาแล้วขายไม่ได้เพราะไซส์ไม่ได้มาตรฐาน แต่เราก็ปรับไปและเรียนรู้กับมันไป คราวหน้าจะได้รู้และไม่ทำแบบนี้อีก”

สำหรับสินค้าของแบรนด์ Awearofwhite นอกจากที่จะมีกางเกงยีนส์ขาดหลายรุ่น หลายสไตล์แล้ว ล่าสุดยังมีกระโปรงยีนส์ กางเกงยีนส์ขาสั้น เสื้อเชิร์ต เสื้อยืดและเสื้อครอปสั้นเพื่อให้สาวๆ ได้สนุกไปกับการมิกซ์แอนด์แมทช์ในการแต่งตัวมากยิ่งขึ้น

 

โปรดักส์หลักของแบรนด์เรา ยังคงเป็นกางเกงยีนส์ขาด ซึ่งกางเกงยีนส์ขาดแบบที่เราใส่แล้วชอบ โดยที่ขาดจะมีทั้งด้านหลัง ช่วงก้นลงมา ขาดที่ต้นขาบ้าง มีประมาณ 3-4 แบบ คนจะรู้ว่าขาดแบบนี้คือเป็น Signature ของแบรนด์เรา นอกจากนี้ก็มีออกกระโปรงยีนส์มาหนึ่งรุ่น กระแสตอบรับก็ดีมากเหมือนกัน ช่วงที่เราทำแรกๆ ยังใหม่มากตอนนั้นเราคิดว่ามันเป็น Niche Market เพราะคนมองว่ากางเกงยีนส์ขาดมันดูไม่เรียบร้อย ดูไม่เป็นทางการ เราก็คิดว่าจะทำยังไงดีให้คนใส่แล้วรู้สึกว่ามันไม่โป๊ ดูซอท์ฟลง ช่วงนั้นเราก็ตามพวกเรื่องแฟชั่นตลอด จนเราเริ่มคิดออกไลน์โปรดักส์ที่จะสามารถแมทช์กับกางเกงยีนส์ขาดแล้วดูสวย ดูซอท์ฟลง จนออกมาเป็นพวกเสื้อเชิร์ต เสื้อยืดประมาณนี้”

ด้านวิธีการทำตลาดของ Awearofwhite พิ้งค์เล่าให้ฟังว่าเธอเน้นเรื่องของออนไลน์ด้วยการใช้ภาพถ่ายเป็นหลัก อีกทั้งยังเน้นการจับชุดมามิกซ์แอนด์แมทช์เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพจริงๆ อีกทั้งตัวเธอยังเป็น Influencer ที่มีวัยรุ่นติดตามเป็นจำนวนมากก็เป็นส่วนช่วยให้คนเข้าถึงแบรนด์ของเธอได้ง่ายขึ้น

 

 

“พิ้งค์ว่ารูปถ่ายมีผลในการโปรโมทมากสำหรับการทำแบรนด์แฟชั่น หลักๆ คือพิ้งค์จะโปรโมทในออนไลน์อย่างเดียว ก็จะมีการแมทชิ่งเสื้อผ้า ถ่ายรูปสวยๆ เพราะว่าถ้านางแบบใส่แล้วสวย คนก็จะรู้สึกว่าเสื้อผ้าสวย เป็นวิธีการทำมาเก็ตติ้งเบื้องต้นของพิ้งค์ แต่เราก็ยังต้องศึกษาเยอะกว่านี้ด้วย นอกจากนี้ ด้วยความที่มีคนมา Follow เรา เพราะไลฟ์สไตล์ การแต่งตัว ทำให้เขาเห็นว่าเราใส่กางเกงยีนส์เป็นไลฟ์สไตล์ไปแล้ว เราใส่ทุกวัน พอคนเห็นก็อาจจะอยากใส่แบบนี้บ้าง ทำให้คนเข้าถึงแบรนด์เราง่ายขึ้น”

นอกจากนี้พิ้งค์ได้ปิดท้ายด้วยแนวคิดในการทำธุรกิจแบบคนรุ่นใหม่ที่เธอเริ่มต้นทำแบรนด์ Awearofwhite ตั้งแต่ตอนที่เธอเรียนอยู่มหาลัยและในตอนนี้เธอกำลังจะเริ่มต้นอีกหนึ่งธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร เป็นขนมขบเคี้ยวแบบเฮลตี้คือ กล้วยเส้นไร้แป้ง ซึ่งกำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ นับว่าเธอเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงอีกหนึ่งคนเลยทีเดียว

 

 

“สำหรับพิ้งค์จะเป็นคนที่พอมี Passion แล้วต้องลงมือทำเลย เพราะอย่างบางคนอาจจะรอเก็บรีเสิร์ชให้เป๊ะก่อนแล้วค่อยลงมือทำ จะได้ไม่ผิดพลาด แต่สำหรับพิ้งค์ถ้ารีเสิร์ชเยอะๆ แล้ว Passion อาจจะหมดได้แล้วก็ไม่อยากทำต่อ เพราะฉะนั้นคิดแล้วต้องลงมือทำเลย นอกจากนี้เรื่องแฟชั่นจะมีความยากตรงที่มันไปเร็ว ทำแล้วก็มีคนก็อปปี้ เป็นอุปสรรคเหมือนกัน เราเลยต้องวิ่งอยู่ตลอดเวลา นำเทรนด์แฟชั่นและมีอะไรใหม่ๆ ออกมาอยู่เสมอ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *