แม่ค้าน้ำตาคลอ แจงทุเรียนไม่ได้เน่า แต่สุกพร้อมกิน บอกลูกค้าแล้วคืนเงินไม่ได้

จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ PareryAustin-n ได้โพสต์ภาพ 6 ภาพและ 1 คลิปวิดีโอ พร้อมกับข้อความเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2561 ระบุว่า “เถียงไม่ทัน จุกไม่ใช่อะไรหรอก ไม่อยากได้เงินคืน แต่พอเกิดเรื่องปากต่อปากพูดให้ฟัง หลายรายแล้วที่โดน ฝากแชร์ด้วยนะคะ”

สำหรับคลิปดังกล่าวมีความยาว 3.33 นาที เป็นเหตุการณ์โต้เถียงกันระหว่างแม่ค้าขายทุเรียนบริเวณริมถนน ซึ่งผู้ซื้อได้เลือกทุเรียนเอง ขณะที่แม่ค้าก็บอกให้เอาอีกลูกเพราะราคาไม่ต่างกันมาก แต่ผู้ซื้อก็ยืนยันว่าจะเอาลูกดังกล่าวไปผ่าเอง ปรากฏว่าเน่าจึงได้นำมาคืนพร้อมขอเงินคืน

แต่แม่ค้าก็ยืนยันว่าไม่ใช่ทุเรียนเน่ามันแค่สุกงอม แล้วก็มีการท้าทายให้แม่ค้าชิมดู พร้อมกับเถียงกันไประยะหนึ่งผู้ซื้อบอกว่าจะนำทุเรียนไปโรงพัก แต่แม่ค้าก็ไม่เกรงกลัวและจะรอขอความเป็นธรรมกับตำรวจเช่นเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (18 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ จาก สภ.เมืองสุรินทร์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค จังหวัดสุรินทร์ เจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ รุดลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าขายทุเรียนดังกล่าว ที่ตั้งขายอยู่ทางเข้าห้างสรรพสินค้าชื่อดัง

โดยมี นางเที่ยง อายุ 53 ปี แม่ค้าขายทุเรียน ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงให้เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวทราบว่า เมื่อวานนี้ได้มีลูกค้ามาซื้อทุเรียน และขอเลือกเอาลูกที่ซื้อไป ตนเองบอกว่าเนื้อมันไม่ดีและ ให้เอาหมอนทองดีกว่า และตนก็จะเลือกให้ แต่ลูกค้าไม่ยอมจะเอาทุเรียนลูกดังกล่าวให้ได้เนื่องจากมีราคาถูก

ตนเองบอกไว้ว่า ถ้าซื้อไปแล้วเอามาคืนไม่ได้นะ ลูกค้าก็เอาไป ต่อมาลูกค้าได้เอาทุเรียนมาคืนตนก็ไม่รับคืน เพราะได้บอกไปแล้วว่าไม่รับคืน และทราบว่าลูกค้าเอาเอาไปโพสต์ทางโซเซียล และมีคนประณามตนได้รับความเสียหาย

ทางด้านเจ้าหน้าที่จากสำนักงานผู้บริโภค ได้ลงบันทึกข้อความทุกคำพูดของแม่ค้าทุเรียนรับทราบ แม่ค้าทุเรียนจึงได้ลงนามในบันทึกไว้ให้กับเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค

ด้าน เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งไม่สะดวกให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว อ้างว่าต้องให้ทางผู้ใหญ่ให้สัมภาษณ์ถึงจะได้ พวกตนได้รับคำสั่งให้มาตรวจสอบข้อเท็จจริงเท่านั้น

ขณะที่ เจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัด ได้นำลูกตุ้มมาตรวจสอบตาชั่งทีมีน้ำหนักได้มาตรฐานหรือไม่ ประกฎว่าตาชั่งมีน้ำหนักได้มาตรฐาน แต่ป้ายระบุชนิดสินค้าไม่ชัดเจนโดยระบุว่า”ทุเรียนหมอนทองหวานมันรับประกันเนื้อ”

แต่ที่ขายและลูกค้าได้ไปเป็นทุเรียนพันธุ์ชะนี ซึ่งผู้ที่เคยทานระบุว่าเนื้อทุเรียนถ้าสุกมากจะมีลักษณะเหมือนที่ผู้ซื้อได้โพสต์ไปไม่ใช่ทุเรียนเน่า ในส่วนเรื่องเนื้อของทุเรียนนั้น เป็นหน้าที่ของ สคบ.โดยตรง

นางเที่ยง แม่ค้าขายทุเรียน บอกว่า หลังจากที่มีกระแสเรื่องทุเรียนเน่าออกไป ตนได้รับผลกระทบอย่างมาก ทั้งด้านจิตใจและขาดความน่าเชื่อถือจากลูกค้า ทำให้ไม่มีใครกล้ามาซื้อ ตนเองได้รับความเสียหาย และจะฟ้องร้องให้ถึงที่สุด

และฝากไปยังคนไทยให้ไปคิดดูว่าตนผิดหรือไม่ ให้เอาหัวใจแม่ค้าที่หาเช้ากินค่ำปากกัดตีนถีบว่า ตอนนี้ตนโดนผลกระทบอย่างรุนแรง ไม่ใช่ว่าสักแต่โพสต์ให้เขาเสียหายแต่ขอให้พิสูจน์และคุยกันก่อนว่าของเขาเสียหายจริงไหม รับผิดชอบต่อลูกค้าไหม ค่อยเอาไปโจมตีด่าเขาให้เขาเสียหาย ซึ่งมันเหมือนฆ่ากันทั้งเป็น

นางเที่ยง ยังบอกด้วยเสียงสั่นเครือเหมือนกับจะร้องไห้อีกว่า “ดิฉันเสียใจมาก อยากให้คนไทยเก็บไปคิดดู” พร้อมบอกอีกว่าคนที่ไปโพสต์แบบนั้นตอนนี้ เขาจะรับผิดชอบยังไง

ด้าน ลุงเปี้ยก บอกว่า ตนมาช่วยขายทุเรียนและได้กินบ่อยๆ ระบุว่าทุเรียนที่นี่เนื้อดี และส่วนมากจะตามใจลูกค้าว่าชอบแบบไหนก็จะเลือกให้ แต่ถ้าลูกค้าเลือกเอง เราก็ต้องตามใจเขาเพราะถือว่าเป็นการตัดสินใจของลูกค้า

ล่าสุด วันนี้ (19 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวได้สอบถามความคืบหน้าไปยัง พ.ต.อ.ยศวัจน์ งามสง่า ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ เปิดเผยว่าเพียงสั้นๆ ว่า กรณีดังกล่าวจะได้ให้คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย มาทำการเจรจากัน เพื่อหาข้อยุติที่ดีร่วมกันต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *