อัปเดตสถานการณ์ล่าสุด : เกาะติดช่วยชีวิต 13 นักเตะและโค้ชติดถ้ำหลวง

เปิดไทม์ไลน์การค้นหา 13 ชีวิตในถ้ำหลวงตั้งแต่ต้นจนถึงล่าสุด

*** อัปเดตข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 61 เวลา 10.22 น. ***

เกาะติดช่วยชีวิต นักบอลเด็กและโค้ชทั้งหมด 13 ชีวิต ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงรายไม่สามารถออกมาได้เนื่องจากน้ำท่วมปิดทางเข้าออก

สรุปสถานการณ์ : เข้าสู่วันที่ 6 ของการค้นหา ยังไม่พบผู้สูญหาย / ระดับน้ำภายในถ้ำยังไม่ลด เจ้าหน้าที่พยายามเจาะถ้ำเพื่อสูบน้ำออกมา พร้อมกับแบ่งทีมเดินเท้าสำรวจโพรงเพื่อหาจุดโรยตัวลงไปข้างในถ้ำจากด้านบน

[วันนี้ 29 มิถุนายน 2561]


09.30 น.—พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะเดินทางถึงถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย

08.57 น.—พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตชด. เดินเท้าขึ้นภูเขาเพื่อสำรวจปากปล่องของถํ้าที่ถูกค้นพบเมื่อวานนี้จำนวน 3 ปล่อง เพื่อหาเส้นทางเชื่อมภายในถ้ำ

07.00 น.—พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมคณะออกเดินทางจากดอนเมือง เตรียมเข้าติดตามความคืบหน้าของภารกิจค้นหา พร้อมให้กำลังใจกับญาติของผู้สูญหาย

[วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2561]

21.00 น.—เปลี่ยนแนวขุดเจาะเป็นแนวดิ่งแล้ว

20.48 น.—การเจาะถ้ำในแนว 45 องศาไม่ได้ผล กำลังปรับแผนเพื่อเจาะใหม่ในแนวดิ่ง

20.15 น.—เจ้าหน้าที่ทหารชักรอกสายไฟเข้าไปในถ้ำหลวงเพิ่ม ตามแผนของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ ที่จะส่งสายไฟเข้าไปในถ้ำให้ได้ลึกขึ้น

19.30 น.—การเจาะประสบความสำเร็จ และมีน้ำบางส่วนเริ่มไหลออกมาจากถ้ำแล้ว

19.00 น.—ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการเจาะถ้ำ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สามารถใช้เครื่องแรงลมสูบน้ำออกมาจากภายในถ้ำหลวง

18.59 น.—พระภิกษุสงฆ์ นำญาติผู้สูญหายทั้ง 13 คน สวดมนต์ดังก้อง ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความหวังและพลังศรัทธา โดยหันหน้าไปทางถ้ำนางนอน ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่กำลังขุดเจาะบาดาลระบายน้ำออกจากถ้ำ เพื่อเป็นกุศลให้เจ้าหน้าที่ทำภารกิจได้สำเร็จ อุทิศให้กับเจ้าแม่นางนอน และอธิษฐานให้ผู้สูญหายทั้ง 13 คนได้กลับออกมาจากถ้ำ

18.34 น.—ผลสรุปการสำรวจพื้นที่ด้านฝั่งขวาของถ้ำวันนี้ ตลอดทั้งวันทางทีมสำรวจพบโพรงถ้ำทั้งสิ้น 9 จุด พบว่าเป็นโพรงตัน 3 จุด อีก 3 จุดอยู่ในจุดที่สูงและชัน จำเป็นต้องใช้นักไต่เขาเข้าช่วยสำรวจ และอีก 3 แห่งยังไม่ได้สำรวจความลึก

17.50 น.—บริเวณหน้าถ้ำหลวงมีฝนตกลงมาอย่างหนักอีกครั้ง ขณะเจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำออกจากถ้ำ

17.30 น.—เจ้าหน้าที่ใช้กลยุทธ์ใหม่ในการพยายามลดระดับน้ำภายในถ้ำ โดยการเจาะพื้นหาตาน้ำที่เชื่อมต่อกับน้ำในถ้ำ แล้วสูบน้ำออกจากตาน้ำดังกล่าว โดยหวังว่าการสูบน้ำออกจากตาน้ำนี้จะช่วยลดระดับน้ำภายในถ้ำได้

17.00 น.—เจ้าหน้าที่พยายามปิดกั้นทางน้ำเพื่อไม่ให้ไหลเข้าถ้ำ ขณะที่ทีมสำรวจพยายามหาวิธีเปิดบริเวณท้ายถ้ำตามแผนที่ที่เคยมีผู้ทำไว้

16.14 น.—บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ได้เชื่อมต่อสาย Fiber Optic เพื่อให้มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตภายในถ้ำ และทำการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ด้านใน

14.50 น.—กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เสริมกำลังทีมค้นหาและกู้ภัย (USAR) กว่า 100 นาย เพื่อสนับสนุนการค้นหานักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า

14.00 น.—ที่บริเวณถ้ำหลวง ฝนหยุดตกแล้ว ท้องฟ้าแจ่มใส

13.30 น.—รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ ผู้เชี่ยวชาญวิศวกรรมปฐพี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยถึงแผนการค้นหาทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ว่าเจ้าหน้าที่เตรียมเจาะผนังถ้ำหลวงเป็นอุโมงค์ขนาดเล็กกว้าง 4-5 นิ้ว ทั้งนี้ ไม่ใช่การเจาะเพื่อให้คนเข้าไปได้ แต่ต้องการให้เด็กๆ และโค้ชซึ่งติดอยู่ข้างในรับรู้ว่า ด้านนอกมีทีมที่พยายามช่วยเหลือพวกเขาอยู่ ขณะนี้รอพิกัดที่ชัดเจนและข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสแกนหาโถงถ้ำที่คาดว่าทั้ง 13 คนอยู่

13.15 น.—หน่วยซีลยังไม่สามารถดำน้ำเข้าไปภายในถ้ำหลวงได้ เพราะระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากฝนที่ยังคงตกลงมาต่อเนื่อง แม้ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่จะใช้เครื่องสูบน้ำจำนวน 20 เครื่อง แต่ก็ไม่สามารถสู้กับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นได้

ล่าสุดน้ำยังดันขึ้นมาปิดโพรงถ้ำและเอ่อออกมาจนถึงหน้าถ้ำ หน่วยซีลส่วนหนึ่งสแตนด์บายรอน้ำลด หากสามารถเข้าไปในถ้ำได้ก็จะเริ่มปฏิบัติการค้นหาด้านในถ้ำอีกครั้ง และกระจายกำลังอีกส่วนขึ้นเขาร่วมกับชาวบ้าน หาช่องทางอื่นที่อาจนำไปถึงตำแหน่งที่คาดว่าจะพบทั้ง 13 ชีวิต

12.40 น.—ชุดลาดตระเวนร่วม ชป.ที่ 1 ได้แจ้งว่าพบทางลงถ้ำทางด้านขวาของถ้ำหลวง พิกัด NC 894 550 ซึ่งเป็นทางลงถ้ำใหม่ โดยมีความกว้างขนาดราวๆ 3 คนสามารถเดินได้พร้อมกัน

12.13 น.—ดร.ธนา สราญเวชภัณฑ์ ผู้เชี่ยวชาญบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เผยว่า ปตท.สผ. เข้ามาช่วยสำรวจพื้นที่โดยใช้โดรน MPIO 3 ตัว ที่ใช้สำหรับตรวจสอบซ่อมบำรุง ปกติจะใช้สำรวจพื้นที่ขุดเจาะน้ำมัน เพื่อนำมาบินสำรวจบนเขา

โดรนนี้สามารถทำแผนที่ 3 มิติ และสามารถตรวจจับอุณหภูมิได้ แต่ต้องประเมินสถานการณ์หน้างานก่อน โดยจะติดตั้งภายในวันนี้ มีระยะทำการบินครอบคลุมพื้นที่ 2 ตร.กม. และยังมีอุปกรณ์ในการสำรวจใต้น้ำอีกด้วย แม้น้ำจะเป็นดินโคลนขุ่นก็ไม่เป็นอุปสรรค สามารถทำงานได้

12.09 น.—ทีมช่วยเหลือพบหมวกสีแดงที่คาดว่าอาจเป็นของน้องไตเติ้ล นักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าที่เคยร่วมวิ่งกับตูน-อาทิวราห์ ในแคมเปญก้าวคนละก้าว ล่าสุดผู้ปกครองน้องโน๊ตยืนยันแล้ว ไม่ใช่หมวกของผู้ประสบภัย เมื่อผู้สื่อข่าวไปถามผู้ปกครองคนอื่นๆ ก็ได้คำตอบตรงกัน

11.58 น.—ทีมนักประดาน้ำชาวอังกฤษพร้อมถังออกซิเจนเข้าปฏิบัติการค้นหาในถ้ำหลวงอีกครั้ง

10.56 น.—การลากสายสื่อสารไปยังถ้ำหลวงเพื่อสนับสนุนการทำงานของทีมค้นหา เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักก่อนหน้านี้

10.49 น.—เจ้าหน้าที่กำลังเร่งแก้เครื่องสูบน้ำ หลังจากที่เมื่อคืนไม่สามารถสูบน้ำได้เนื่องจากในพื้นที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืน

10.35 น.—ทีมนักประดาน้ำอังกฤษขนอุปกรณ์เข้าถ้ำหลวง

10.30 น.—เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทหาร พร้อมด้วยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมประชุมวางแผนก่อนเริ่มเดินเท้าสำรวจโพรงถ้ำ บนดอยผาหมี

09.35 น.—กรมทางหลวงชนบท ขนหินละเอียดหลายสิบคัน เข้าถมพื้นที่บริเวณลานด้านหน้าศูนย์ประสานช่วยเหลือ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง เนื่องจากฝนที่ตกต่อเนื่องทำให้พื้นดินกลายเป็นโคลน ยากต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งการเดินและการขับรถ ขณะที่ทีมกู้ภัยกว่า 20 นายลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจสำรวจและปิดทางน้ำ

09.30 น.—เจ้าหน้าที่ชุดโรยตัวเตรียมออกเดินทางขึ้นเขา เพื่อเดินเท้าออกสำรวจปล่องหรือโพรงที่อาจสามารถใช้เพื่อโรยตัวลงไปภายในถ้ำได้

09.15 น.—ทหารสหรัฐ (Us Army) ประมาณ 5-6 นาย ได้เดินทางมาถึงถ้ำหลวง อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อสมทบภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง

09.15 น.—ทีมเจ้าหน้าที่โรยตัวกว่า 40 คน ได้สนธิกำลังกันเดินทางสู่ดอยผาหมี เตรียมเดินเท้าสำรวจหาโพรงและปล่องเพื่อเข้าถ้ำ ช่วยเหลือทั้ง 13 คนที่สูญหายต่อไป

09.00 น.—พล.ต อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางตรวจความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติงาน และนำสายไฟเบอร์ออฟติกมาติดตั้งกล้องบันทึกภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายในแต่ละจุด กล้องมีความละเอียดสูงใช้ในการค้นหาได้ง่ายขึ้น

09.00 น.—สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยแถลงเรื่องความร่วมมือกับทางการไทยที่ถ้ำหลวง ใจความว่า

“สหรัฐอเมริกามีความกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อกรณีที่นักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนสูญหายเข้าไปภายในถ้ำหลวง ในเขตภาคเหนือของประเทศไทย ตลอดจนครอบครัวและทีมช่วยเหลือผู้สูญหาย กองกำลังสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก (USPACOM) ได้ส่งทีมค้นหาและกู้ภัย เพื่อช่วยตามหาผู้สูญหาย ตามคำขอของรัฐบาลไทย ขณะนี้ ทีมค้นหาและกู้ภัยของสหรัฐฯ เดินทางถึงจังหวัดเชียงรายแล้ว และได้นำเอาประสบการณ์รวมทั้งความสามารถด้านการค้นหาและกู้ภัย มาสนับสนุนความพยายามของทางการไทยในการค้นหาผู้ที่ติดอยู่ในถ้ำ เราหวังว่านักฟุตบอลและผู้ฝึกสอนจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยในเร็ววัน”

08.40 น.—เจ้าหน้าที่ได้ระดมทีมกู้ภัยจิตอาสาที่รวมตัวกันจากหลายจังหวัด ขึ้นสำรวจโพรงบนภูเขา ด้วยลักษณะบนภูเขาเป็นป่าทึบและมีฝนตกอย่างเนื่อง จึงจำเป็นต้องใช้วิธีการเดินเท้าเพื่อค้นหาทั้ง 13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง

05.00 น.—เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ถอนกำลังออกมาจากถ้ำขึ้นที่สูง เช่นเดียวกับหน่วยซีลที่อยู่ภายในถ้ำก็ต้องย้ายขึ้นที่สูง สืบเนื่องมาจากฝนที่ตกหนักตลอด 5 ชั่วโมง จนทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยน้ำได้ซึมไหลจากด้านในออกมาด้านนอกแล้ว จนทำให้ทางเจ้าหน้าที่ต้องยุติการทำงานชั่วคราว และได้ตัดกระแสไฟฟ้าภายในถ้ำเพื่อความปลอดภัย

02.00 น.—มีฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องนานกว่า 5 ชั่วโมง ส่งผลให้ระดับน้ำภายในถ้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

[วันพุธที่ 27 มิถุนายน 2561]

22.30 น.—เจ้าหน้าที่เตรียมรถพยาบาล 13 คัน เจ้าหน้าที่ 13 ทีม จอดรอบริเวณหน้าถ้ำหลวง พร้อมคำสั่งให้สแตนด์บายตลอดเวลา

20.20 น.—เจ้าหน้าที่หยุดสูบน้ำชั่วคราว เพื่อต่อสายส่งน้ำเข้าไปในถ้ำให้ลึกขึ้น จากที่ตอนแรกต่อสายไว้ยาวเพียง 1.5 กิโลเมตร และจะต่อเพิ่มให้ยาวเป็น 3 กิโลเมตร เพื่อให้สามารถสูบน้ำจากส่วนลึกของถ้ำออกมาได้ คาดว่าเมื่อต่อสายส่งน้ำเสร็จแล้ว จะดำเนินการสูบน้ำออกจากถ้ำต่อได้ทันที

19.40 น.—หน่วยกู้ภัยอังกฤษเดินทางถึงถ้ำหลวงเรียบร้อยเเล้ว คาดการณ์ว่าจะสำรวจถ้ำเพื่อดูพื้นที่ในเบื้องต้นคืนนี้ ส่วนจะดำน้ำเลยหรือไม่ รอประเมินสถานการณ์อีกครั้ง แต่ตามกำหนดการเดิมระบุจะเริ่มปฏิบัติการในวันพรุ่งนี้

18.40 น.—ตัวแทนจุฬาราชมนตรี สวดดูอาร์ขอพรให้การปฏิบัติงานสำเร็จ พร้อมมอบเงินบริจาคจากคณะกรรมการอิสลามภาคเหนือ 106,000 บาท ช่วยปฏิบัติการครั้งนี้

17.15 น.—ขณะนี้เครื่องสูบน้ำที่ได้ติดตั้งภายในถ้ำหลวงเริ่มทำงานแล้ว เตรียมเดินเครื่องเต็มกำลัง คาดว่าจะสูบน้ำออกมาจากถ้ำได้ประมาณ 3,000-5,000 ลิตร/นาที

ทั้งนี้ หลังจากที่เริ่มสูบน้ำออกมา มีการตรวจสอบน้ำที่สูบออกมาได้ พบว่าอุณหภูมิน้ำเย็นกว่าภายนอก และตอนนี้ยังมีอากาศผสมอยู่ในการสูบน้ำออกมา

17.04 น.—เจ้าหน้าที่เริ่มเดินเครื่องสูบน้ำ และสามารถสูบน้ำจากภายในถ้ำออกมาได้แล้ว สร้างความดีใจให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวเป็นอย่างมาก

17.00 น.—ครบ 100 ชั่วโมงแล้ว ที่ทั้ง 13 ชีวิตยังคงติดอยู่ในถ้ำหลวง ส่วนการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ยังคงเป็นไปอย่างแข็งขันแข่งกับเวลา

16.48 น.—พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 แถลงความคืบหน้าว่า เครื่องสูบน้ำจากกรุงเทพฯ ที่ พล.อ.ประวิตร ส่งมาติดตั้ง อีก 20 นาทีจะสูบน้ำล็อตแรกออกมา โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ระดับน้ำพร่องลงมาพอที่เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติการได้

เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานทั้งด้านบนเขาและภายในถ้ำ ขณะที่แม้สภาพอากาศจะมีฝนตกลงมาตลอดแต่หน่วยซีลก็ยังเดินหน้าปฏิบัติภารกิจ โดยยังไปไม่ถึงจุดพัทยาบีช เนื่องจากถังออกซิเจนถังหนึ่งสามารถไปได้ไกลเพียง 300 เมตร ด้านภาคพื้นด้านบนชุดลาดตระเวนและชุดรบพิเศษพยายามเดินเท้าหาโพรงเพื่อมุดจากทางด้านบน และจะมีการเจาะถ้ำจากภาคธรณีวิทยา

รอง ผบ.ทบ.ยืนยันว่า ดำเนินการค้นหาทุกวิถีทาง รวมถึงดำเนินการตามเบาะแสที่ได้รับจากคนในพื้นที่ด้วย คืนนี้จะได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญที่ส่งมาจากอังกฤษ ขณะที่กองทัพสหรัฐอเมริกาจะส่งความช่วยเหลือในเร็วๆ นี้

16.40 น.—สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกสำนักให้ปฏิบัติงานอย่างเป็นระเบียบ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ และต้องตรวจสอบข้อมูลข่าวสารให้ถูกต้องก่อนที่จะนำเสนอ อย่าสร้างกระแสจนเกิดความสับสน รวมทั้งคำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคลของผู้ประสบภัยด้วย

15.45 น.—ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้แบ่งทีมกันออกสำรวจปล่องและโพรงบริเวณรอบนอกถ้ำหลวง ปรากฏว่าโพรงที่พบเจอแล้วทั้งหมด 3 จุด ตันทุกจุด โดยบริเวณโพรงโซน B มีการยุติการสำรวจตั้งแต่เวลาประมาณ 14.00 น. ส่วนโพรงบริเวณโซน C ได้ยุติการค้นหาเวลาประมาณ 14.45 น. ทำให้สถานะล่าสุดตอนนี้ทั้ง 3 โพรงที่เจ้าหน้าที่เจอและได้เข้าไปสำรวจ ตันทุกโพรง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติงานค้นหาโพรงอื่นๆ ที่อาจนำเข้าไปสู่ตัวถ้ำได้ต่อไป

15.35 น.—ทีมกู้ภัยในถ้ำจากสภาผู้กู้ภัยถ้ำแห่งสหราชอาณาจักรพร้อมอุปกรณ์วิทยุสื่อสารและดำน้ำ จากองค์กรกู้ภัยในถ้ำแห่งดาร์บีไชร์และตำรวจดาร์บีไชร์ ประเทศอังกฤษ เดินทางโดยการบินไทยถึงสนามบินสุวรณภูมิแล้ว ทีมนักกู้ภัยจะเดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส คาดว่าจะถึงเวลา 18.20 น.

15.30 น.—เจ้าหน้าที่ได้เตรียมเดินเครื่องสูบน้ำ หรือ ไดโว่ ขนาด 5 แรงม้า จำนวนทั้งหมด 20 เครื่อง ติดตั้งภายใน 1 ชั่วโมง เพื่อสูบน้ำออกจากถ้ำ ซึ่งจุดที่ลึกจากปากถ้ำเข้าไป 3 กิโลเมตร โดยประเมินว่าจะมีน้ำประมาณ 50,000 ลิตร ที่อยู่ภายในถ้ำจะถูกสูบออกมายังจุดพัก หลังจากนั้นจะใช้เครื่องสูบขนาด 75 แรงม้าที่อยู่บริเวณปากถ้ำ ส่งต่อออกมายังหน้าถ้ำ คาดการณ์ว่าจะสามารถสูบน้ำได้ในปริมาณ 5,000 ลิตรต่อนาที

15.17 น.—เพจเฟซบุ๊ก Thai NavySEAL โพสต์ข้อความระบุว่า “สิ่งที่ต้องการมากที่สุดตอนนี้ คือ ถุงเท้ายาว ครับ” พร้อมกับโพสต์รูปภาพประกอบเป็นรูปรองเท้าที่เต็มไปด้วยดินโคลน

14.30 น.—ทหารขนเครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก 20 ตัวเข้าไปในถ้ำหลวง เพื่อเตรียมจะสูบน้ำจากโถง 3 มาพักที่โถง 2 จากนั้นจะมีการใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ที่มาจาก กทม. ที่มีกำลังสูงกว่า 5,000 ลิตร/นาที สูบน้ำออกจากถ้ำอีกครั้ง โดยทหาร 35 นายได้ขนเครื่องสูบน้ำและสายยางส่งน้ำขนาด 6 นิ้ว ยาวกว่า 3 กิโลเมตร เข้าไปในถ้ำแล้ว เตรียมเข้าไปติดตั้งเพื่อสูบน้ำออกจากถ้ำหลวง

14.00 น.—เจ้าหน้าที่ได้ยุติการค้นหาปล่องบริเวณโซน B แล้ว หลังจากการสำรวจพบว่าเป็นทางตัน ทำให้ ณ ขณะนี้ ปล่องและโพรงทั้ง 3 แห่งที่พบเจอ ปรากฏว่าตันทั้งหมด แต่เจ้าหน้าที่ยังคงระดมกำลังค้นหาโพรงอื่นๆ ที่อาจนำไปสู่ภายในตัวถ้ำได้ต่อไป

13.32 น.—พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า ภาพรวมกรอบงานของทหารแบ่งออกเป็น 2 กรอบงาน หน่วยซีล 41 นาย รับผิดชอบกรอบงานแรก ปฏิบัติงานบริเวณหน้าถ้ำหลวง โดยที่หมุนเวียนกันปฏิบัติการ

กำลังทหารจากมณฑลทหารบกที่ 37 รับกรอบงานที่สอง ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการขนย้ายสิ่งของ และตำรวจทำหน้าที่จัดระเบียบในพื้นที่บริเวณวนอุทยานฯ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จากกองพลทหารราบที่ 7 ตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยรบพิเศษก็กระจายกำลังค้นหาปล่องเพิ่มเติม

ณ ขณะนี้มีนายทหารปฏิบัติหน้าที่เพียงพอแล้ว 800 กว่านาย และยังไม่มีแผนเพิ่มกำลังสนับสนุน

13.25 น.—ญาติผู้สูญหายเป็นลมหน้าทางเข้าถ้ำหลวง แพทย์สนามปฐมพยาบาลเบื้องต้น ล่าสุดนำตัวส่งโรงพยาบาลในพื้นที่แล้ว

12.43 น.—นิคม เทพบุตร ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 แจ้งว่า กรมทางหลวงนำเศษยางมาถมพื้นที่บริเวณศูนย์บริการหน้าถ้ำหลวง เพื่อแก้ปัญหาถนนเป็นดินโคลนและเป็นหลุมบ่อหลังฝนตกต่อเนื่อง

12.35 น.—ปล่องบนเขาขนาด 30×50 ซม. ที่เจ้าหน้าที่ชุดกู้ชีพ ตชด. และกรมอุทยานฯ เพิ่งสำรวจพบเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ล่าสุดพิสูจน์แล้วว่าเป็น ปล่องตัน ลึกแค่ 5 เมตร เจ้าหน้าที่ไม่สามารถโรยตัวลงไปได้

12.11 น.–เจ้าหน้าที่หน่วยซีลนายหนึ่งที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ภายในถ้ำ ได้รับบาดเจ็บจากหินบาด โดยเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเสนารักษ์ได้ทำการเย็บแผลจำนวน 4 เข็ม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้กลับเข้าไปปฏิบัติภารกิจด้านในถํ้าต่อ

12.00 น.—เจ้าหน้าที่เจอปล่องกว้าง 30×50 ซม. บนเขาตามแนวถ้ำ คาดว่าอยู่เหนือหาดพัทยา ชุดกู้ชีพ ตชด. และกรมอุทยานฯ กำลังสำรวจปล่องด้วยความระมัดระวัง เพราะบริเวณนั้นเป็นเชิงผา

11.50 น.–พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางถึงที่ทำการวนอุทยานถ้ำหลวงขุนนํ้านางนอน เพื่อติดตามความคืบหน้าภารกิจการค้นหาทั้ง 13 ชีวิต

11.20 น.—รองอธิบดีกรมชลประทานระบุว่า กรมชลฯ กำลังเร่งระดมเครื่องสูบน้ำทั่วภาคเหนือจำนวน 18 เครื่อง นำเข้าไปช่วยสูบน้ำในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณหนองน้ำพุเพื่อลดระดับน้ำใต้ดินแล้ว 14 เครื่อง แต่อุปสรรคสำคัญในตอนนี้คือ ฝน ที่ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การพร่องน้ำเป็นไปอย่างยากลำบาก

11.00 น.–ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 มอบหมายงาน ให้กำลังพลหน่วย ตชด. รับภารกิจช่วยลำเลียงสายสูบน้ำเข้าในไปถ้ำหลวงขุนนํ้านางนอน

10.53 น.—เฮลิคอปเตอร์ลำแรกเริ่มบินสำรวจโพรงบนภูเขา แต่ท้องฟ้ายังคงปิดอยู่ โดยเฉพาะยอดเขานางนอนซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำหลวง

10.30 น.—เจ้าหน้าที่ชุด ตชด.กู้ภัย เดินเท้ามาถึงพิกัดบนเขาที่คาดว่าอยู่เหนือ หาดพัทยา แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างค้นหาปล่องตามเชิงหน้าผา หากพบจะโรยตัวลงค้นหาเด็กๆ และโค้ช

10.20 น.–สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงห่วงใยเด็กๆ ทั้ง 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงขุนนํ้านางนอน จ.เชียงราย ทรงรับสั่งขอให้ผู้สูญหาย และเจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย

ในการนี้ ทรงพระราชทานเงินส่วนพระองค์ จำนวน 500,000 บาท ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็น เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติภารกิจอย่างเร่งด่วน

09.48 น.–ศูนย์ประสานช่วยเหลือค้นหาจังหวัดเชียงราย ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยกู้ชีพ ยังต้องการสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น เช่น ยากันยุง นํ้าดื่มเกลือแร่ ไฟฉายชาร์จไฟแบบกันนํ้า ถ่านไฟฉายแบบ AA และ D ขนมขบเคี้ยว มาม่าสำเร็จรูปแบบถ้วย นมกล่อง นํ้าหวาน รองเท้าบูทยาง ถุงมือชนิดผ้า และชนิดหนัง

ท่านสามารถส่งมอบสิ่งของบริจาคได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผา เลขที่ 222 หมู่ที่ 5 ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย รหัสไปรษณีย์ 57130 หมายเหตุ – ไม่รับบริจาคเงิน

09.35 น.—ชาวบ้านแจ้งว่ามีตาน้ำ เป็นโพรงใกล้ปากถ้ำ เจ้าหน้าที่ลองลงไปสำรวจแล้วลึก 10 เมตร พบว่าทางด้านล่างสามารถไปต่อได้ พื้นผิวเป็นทรายชื้น แต่ยังไม่ยืนยันว่าเส้นทางนี้จะทะลุไปถึงถ้ำที่คาดว่าผู้สูญหายติดอยู่ได้หรือไม่

09.20 น.–กองทัพบกได้จัดตั้งโรงอาหารเคลื่อนที่ พร้อมกับหน่วยกู้ภัยและชาวบ้านอำเภอแม่สาย จัดตั้งโรงทาน เพื่อแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจที่ถํ้าหลวงขุนนํ้านางนอน

09.10 น.—ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ชุดโรยตัว เข้าไปสำรวจในปล่องถ้ำที่พบตั้งแต่เมื่อวาน ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ลงไปสำรวจปล่องถ้ำแล้ว เบื้องต้นพบว่าภายในเป็นโพรงค่อนข้างลึก ความสูงระดับที่สามารถนั่งได้ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า มีโพรงที่ลึกอยู่ พอเข้าไปได้

09.05 น.—เจ้าหน้าที่ชุดโรยตัว ได้มุดลงไปสำรวจปล่องถ้ำที่คาดว่าอาจเชื่อมเข้าไปถึงตัวถ้ำภายในได้  โดยเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจแล้ว พบว่าเป็นโพรงค่อนข้างลึก ตัวคนเข้าไปได้

07.45 น.—กลุ่มเจ้าหน้าที่ชุดโรยตัวได้เดินทางออกจากศูนย์ปฏิบัติการ มุ่งหน้าสู่ปล่องถ้ำที่มีการสำรวจพบ เตรียมโรยตัวและมุดปล่องถ้ำในช่วงเช้า เวลาประมาณ 8.20 น. ชุดโรยตัวจะเริ่มเดินขึ้นเขาแล้ว

06.30 น.—ฝนบริเวณถ้ำหลวงตกหนักมาก เจ้าหน้าที่ต้องเปลี่ยนแผนการค้นหาและช่วยเหลือกะทันหัน

โดยเบื้องต้นหน่วยซีลยุติการปฏิบัติงานชั่วคราว เพราะระดับน้ำในถ้ำสูงขึ้น ต้องเร่งสูบน้ำให้มีปริมาณลดลงก่อน ถ้าลดลงแล้วหน่วยซีลจะรีบเข้าปฏิบัติงานต่อทันที อย่างไรก็ตาม ตอนนี้หน่วยซีลยังคงรอสแตนด์บายในถ้ำ พร้อมกับมีการส่งอาหารและเสบียงจากภายนอกเข้าไปเป็นระยะๆ

ขณะที่เจ้าหน้าที่จะเน้นไปที่การค้นหาทางอากาศและค้นหาโพรงถ้ำเพื่อทำการโรยตัวลงไปแทน โดยจะใช้ทหารและ ตชด. ปูพรมตั้งแต่เช้า หาโพรงถ้ำจากด้านบนแล้วใช้วิธีโรยตัวลงไปโดยทีมกู้ภัย ส่วนตำรวจพลร่มจะใช้เฮลิคอปเตอร์รับเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปวางมาร์คตามจุดและค้นหาจากด้านบนลงไปด้านล่าง

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เฮลิคอปเตอร์ยังไม่เริ่มปฏิบัติการ เพราะฝนยังตกลงมาอย่างหนัก

06.00 น.—ทีมผู้เชี่ยวชาญดำน้ำในถ้ำของ นรินทร ณ บางช้าง อดีตนักร้องชื่อดังได้ มิสเตอร์บรูซ ผู้เชี่ยวชาญด้านดำน้ำในถ้ำชาวอเมริกันมาสมทบ จะช่วยกันวางแผนกับทีมดำน้ำไทยและหน่วยซีลอีกครั้ง ก่อนเริ่มปฏิบัติการในเช้าวันใหม่ ทีมนักดำน้ำชุดนี้เป็นคนไทยที่ได้รับการอบรมมาจากอิตาลี และมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ทันสมัยมาจากสวีเดนและอิตาลี

04.45 น.—เพจเฟซบุ๊ก Thai NavySEAL รายงานว่า แม้เครื่องสูบน้ำที่นำไปติดตั้งภายในถ้ำจะสามารถใช้งานได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00 น. แต่เนื่องจากเครื่องสูบน้ำมีกำลังไม่พอ ทำให้ไม่สามารถลดปริมาณน้ำในถ้ำได้ และด้วยฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำในถ้ำสูงขึ้นชั่วโมงละ 6 นิ้ว หน่วยซีลจึงต้องย้ายที่ตั้ง จากเดิมที่อยู่โถง 3 ถอยร่นมาอยู่โถง 2 แทน

03.44 น.—หน่วยกู้ภัยอังกฤษร่วมส่งวิทยุ และทีมงานช่วยเหลือ

00.10 น.—ชุดปฎิบัติการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ปฎิบัติการลากสายไฟฟ้าชนิดกันน้ำ เข้าถ้ำรอบที่ 3 เพื่อใช้กับระบบแสงสว่างและให้เครื่องสูบน้ำ เร่งสูบน้ำออกจากถ้ำ

[วันอังคารที่ 26 มิถุนายน 2561]

22.00 น.–พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ได้ขอให้ กทม.สนับสนุนเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าขนาดใหญ่แรงดันสูงจำนวน 5 เครื่อง และสายสูบพร้อมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน โดยให้กองทัพอากาศสนับสนุนการขนย้ายทางอากาศด้วยเครื่องบิน C130

พร้อมกันนี้ กองทัพบกได้จัดส่งกำลังเพิ่มเติมอีก 1 กองร้อยปฏิบัติการพิเศษ สนับสนุนความพยายามของทุกหน่วยงานที่กำลังทำงานอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมงในพื้นที่

21.30 น.—นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังจากประชุมกับทีมงานที่เกี่ยวข้อง โดยสรุปภาพรวมปฏิบัติการช่วยเหลือผู้สูญหายในถ้ำหลวงทั้ง 13 คน ดังนี้

1. ตั้งแต่เช้า ได้นำสายไฟลากเข้าไปในถ้ำ โดยมีสายไฟฟ้าแรงสูงความยาวรวม 6 กิโลเมตร ซึ่งลากเข้าไปในถ้ำได้สำเร็จแล้ว ไฟฟ้าแรงสูงดังกล่าวเอาไว้ใช้กับเครื่องสูบน้ำ ซึ่งขณะนี้มีเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 10 เครื่องติดตั้งไว้ภายในถ้ำ

2. ผู้ว่าฯ ให้ข้อมูลว่า ประเมินว่าถึงอย่างไรก็ต้องสูบน้ำออกจากถ้ำ ทั้งเพื่อเป็นการช่วยหน่วยซีล ให้มีพื้นที่เหนือน้ำขึ้นมาหายใจ เพราะหากไม่สูบน้ำออก ระดับน้ำจะสูงถึงเพดาน นอกจากนี้ ยังเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในกรณีที่เจอผู้สูญหายด้วย เพราะประเมินว่าตอนนี้น่าจะอ่อนแรง คงจะไม่สามารถพาดำน้ำออกมาได้ ต้องสูบน้ำให้ลดลงไปถึงระดับหน้าแข้ง เพื่อให้เดินออกมาจากถ้ำได้

3. ได้ส่งทีมเดินเท้า 12 ทีม ให้เดินสำรวจรอบบริเวณนอกถ้ำ เพื่อหาช่องหรือปล่องที่อาจสามารถหย่อนตัวลงไปได้ โดยแต่ละทีมให้เอาข้าวและน้ำสำหรับอยู่ในป่าได้ 3 วัน ไม่ต้องกลับมาหากไม่เจอเบาะแส และพรุ่งนี้เช้าทั้ง 12 ทีมจะเริ่มทำงานต่อทันที

4. ช่องที่พบเจอวันนี้ ยังไม่สามารถส่งคนโรยตัวลงไปได้ เนื่องจากสภาพอากาศไม่เป็นใจ ในวันพรุ่งนี้จะนำเฮลิคอปเตอร์ที่ทนแรงลมได้มากกว่านี้มาเสริม ส่วนทีมโรยตัวพร้อมตั้งแต่วันนี้เวลา 16.00 น. แล้ว

5. หากพบปล่องที่ลงไปได้จริง จะส่งทีมงานลงไป หากไม่สามารถนำผู้สูญหายขึ้นมาทางปล่องได้ จะส่งเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งอาหารและน้ำ ไปอยู่กับผู้สูญหายทั้ง 13 คนก่อน

21.25 น.—ระดับน้ำสูงขึ้น อยู่ห่างจากห้องโถง 3 เพียง 150 เมตร ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับช่วง 16.00 น. ระดับน้ำยังคงต่ำกว่านี้มาก โดยอยู่ห่างจากห้องโถง 3 ถึง 500 เมตร

21.00 น.—เพจเฟซบุ๊ก รวมพล คนรักทหารเรือ (I Love Navy) ระบุว่าได้มีการเปลี่ยนถังออกซิเจน หลังจากที่หน่วยซีลได้เริ่มปฏิบัติการภายในถ้ำอีกครั้งในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ทั้งนี้ ผู้บัญชาการหน่วยซีลยืนยันว่า คืนนี้จะไม่หยุดค้นหา ไม่พบไม่เลิก

20.22 น.—เพจเฟซบุ๊ก สถานีตำรวจภูธร แม่สาย ระบุว่าขณะนี้หน่วยซีลทหารเรือได้กลับเข้าไปปฏิบัติการในถ้ำแล้ว 15 นาย หลังจากที่ในช่วงหัวค่ำได้มีหน่วยซีลมาสมทบกำลังเพิ่มอีก 24 นาย โดยจะแบ่งกำลังกันปฏิบัติงานทั้งในถ้ำและบริเวณภายนอก สำหรับสถานการณ์ระดับน้ำในถ้ำขณะนี้ยังคงทรงตัว

20.00 น.—หน่วยทหารจาก มทบ.37 และหน่วยรบพิเศษ ได้ช่วยลำเลียงถังออกซิเจน รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ เข้าไปภายในถ้ำ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานให้หน่วยซีลของกองทัพเรือ

19.55 น.—พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือ หน่วยซีล ได้นำหน่วยซีลมาเพิ่มอีก 24 นาย จากเดิมที่มีอยู่ 17 นาย เพื่อสลับกันทำหน้าที่ค้นหาต่อไป

18.25 น.—ในช่วงเย็น ที่บริเวณรอบๆ ถ้ำหลวง ได้มี ฮ. ของทางการบินสำรวจรอบๆ คาดว่าเป็นการสำรวจจุดปล่องถ้ำใหม่ เพื่อเตรียมส่งเจ้าหน้าที่โรยตัวลงไปอีกครั้งหนึ่ง

17.59 น.—พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เผยถึงวันพรุ่งนี้ (27 มิ.ย.) จะนำ ฮ. บินสำรวจว่าจะสามารถนำเจ้าหน้าที่โรยตัวได้หรือไม่ แต่จุดนั้นอาจจะมีลมหน้าผาเป็นอุปสรรค จึงอยากจะได้ฮ.แบล็คฮอว์ก และ MI-17 ซึ่งเป็นเครื่องบินลำเลียงที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในประเทศ ซึ่งน่าจะมั่นคงกว่า ฮ. ปกติ

ขณะนี้ได้โดรนติดกล้องจาก มจพ. สามารถที่จะใช้ควบคู่กับ ฮ. เพื่อตรวจจับความร้อนจากผู้สูญหาย และอาจจะรู้ตำแหน่งผู้สูญหายได้

16.30 น.—เจ้าหน้าที่ได้ทำการประชุมซักซ้อมชุดโรยตัวลงช่องเขา ก่อนส่งเข้าปฎิบัติการช่วยเหลือจริง เพื่อให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้

16.00 น.—เพจเฟซบุ๊ก สถานีตำรวจภูธร แม่สาย รายงานสถานการณ์ว่า ได้รับแจ้งจากในถ้ำว่า เพียงอีก 500 เมตรเท่านั้น ระดับน้ำจะถึงห้องโถง 3 โดยสถานการณ์ระดับน้ำในตอนนี้ยังเข้าขั้นวิกฤติ

15.40 น.—ทางเจ้าหน้าที่ได้ระดมรถสูบน้ำระยะไกลจำนวน 3 คัน โดยแต่ละคันสามารถสูบน้ำได้ไกลถึง 3 กิโลเมตร มีอัตราการสูบมากถึง 8 พันลิตรต่อนาที แต่ละคันจะสูบน้ำจากในถ้ำและนำไปปล่อยในจุดที่ห่างจากปากถ้ำ เพื่อกันไม่ให้น้ำไหลกลับเข้าไปท่วมในถ้ำอีก น่าจะสามารถทำให้ปริมาณน้ำในถ้ำลดลงได้

15.20 น.—กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าตั้งแผงขายลอตเตอรี่หน้าทางเข้าถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน แต่ยังไม่ทันตั้งเสร็จ เจ้าหน้าที่ทหารได้เชิญให้ไปขายที่อื่น เพื่อไม่ให้ขวางทางสัญจร

15.00 น.—เพจเฟซบุ๊ก สถานีตำรวจภูธร แม่สาย ออกมาประกาศอีกครั้งว่า ได้รับเชือกกู้ภัย 2,000 เมตร ครบแล้ว

13.47 น.—การทำงานของเจ้าหน้าที่หน่วยซีลเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปยังโถงกลางได้เพราะมีน้ำท่วมติดเพดาน มีโคลนและมีภาวะโคลนดูด ซึ่งระดับน้ำในตอนนี้อยู่ในขั้นวิกฤติ เพราะมีฝนตกลงมาอย่างหนักและน้ำก็ยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

13.30 น.—กรมทรัพยากรธรณีแถลงว่า พบทางเข้าถ้ำหลวงจุดใหม่แล้ว โดยอยู่ห่างจากทางเข้าหลักไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 4 กิโลเมตร ล่าสุดกำลังเร่งส่งทีมโรยตัวไปสำรวจว่าจะสามารถเชื่อมต่อกับทางเข้าหลักได้หรือไม่

13.20 น.—เพจเฟซบุ๊ก สถานีตำรวจภูธร แม่สาย รายงานว่า ภายในถ้ำ ห่างจากห้องโถง 3 ไปประมาณ 800 เมตร ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ตอนนี้ระดับน้ำสูงค่อนข้างวิกฤติ จึงต้องการเชือกกู้ภัยยาว 2,000 เมตร สำหรับนำไปใช้ในปฏิบัติการ

12.47 น.—เจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูเพื่อระบายน้ำจาก ขุนน้ำนางนอน ซึ่งอยู่ใกล้กับถ้ำหลวง เพื่อเป็นการเร่งระบายในขณะที่ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง โดยตอนนี้น้ำลดลงกว่า 1 เมตร

12.40 น.—หุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำ จากศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมอวกาศและทะเล สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (KMUTNB) ได้เดินทางมาถึงถ้ำหลวงแล้ว หลังเดินทางในช่วงเช้าจากกรุงเทพมหานคร โดยเครื่องบิน C130 ของกองทัพอากาศ มีเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือเดินทางมาด้วย เพื่อใช้หุ่นยนต์ดังกล่าวในการช่วยค้นหาผู้สูญหายทั้ง 13 รายต่อไป

12.20 น.—หน่วยซีลได้เดินทางไปถึงโถง 4 แล้ว โดยจุดดังกล่าวห่างจากหาดพัทยาแค่ 400 เมตร แต่มีอุปสรรคคือน้ำมีความขุ่นมาก มองเห็นได้แค่ระยะ 10-15 เมตรเท่านั้น อ้างอิงข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก Air Force Media by Kawin AFU

12.15 น.—ระดับน้ำลดแล้วกว่า 1 เมตร หลังมีการเร่งระบายน้ำในหนองน้ำพุใกล้ถ้ำหลวง ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

12.05 น.—หน่วยซีลได้ทำการอัดอากาศเพื่อส่งเพิ่มเข้าไปข้างในอีก 17 ถัง จากเมื่อเช้าเอาเข้าไป 17 ถัง รวมขณะนี้ 34 ถัง ซึ่งเป็นไปตามแผนการที่ทางหน่วยซีลวางไว้ว่าพยายามจะเข้าไปให้สุดถ้ำหลวง

10.35 น.—พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี/รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า ทีมงานในพื้นที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน กำลังพิจารณาถึงความจำเป็นที่ต้องเจาะเขา เพื่อเปิดทางเข้าค้นหาทีมฟุตบอลเด็กและโค้ชรวม 13 ชีวิต โดยกำลังหาปล่องจากทางอากาศอยู่

10.22 น.—ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย รายงานว่าระดับน้ำในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนเพิ่มสูงขึ้น 1 เมตรจากฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก

09.49 น.—เพจเฟซบุ๊ก Thai NavySEAL เผยแพร่ข้อมูลว่า ทีมในพื้นที่เข้าไปทำงานในถ้ำตั้งแต่เช้ามืด และจะเดินหน้าค้นหาไปให้สุดทาง ภายในถ้ำไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ต้องรอให้ชุดข้างในออกมาจึงจะได้ข้อมูลเพิ่มเติม

09.30 น.—เจ้าหน้าที่ได้นำดินหินมาถมบริเวณปากทางเข้า หลังจากหน้าดินเป็นโคลนทำให้ถนนลื่น เสี่ยงรถติดหล่ม

08.10 น.— กองทัพอากาศให้การสนับสนุนปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายทั้ง 13 คนที่ถ้ำหลวงในวันนี้ด้วย โดยนำเครื่องบิน C130 มาส่งทีมเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พร้อมโดรนจับความร้อน 2 ลำ และหุ่นยนต์ดำน้ำ โดยคาดว่าเครื่องบินจะเดินทางไปถึงสนามบินเชียงรายในเวลาประมาณ 9.00 น.

08.00 น.—วนอุทยานถ้ำหลวงฯ ปิดวันนี้ ผู้ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้าเด็ดขาด

07.20 น.—เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และทหาร ได้ประชุมเตรียมแบ่งทีมกัน เพื่อเดินเท้าตามหาผู้สูญหายทั้ง 13 คน

07.00 น.—ชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ออกเดินทางนำหุ่นยนต์ดำน้ำ – โดรนพร้อมติดกล้องตรวจจับความร้อน ร่วมค้นหา 13 ชีวิตนักเตะและโค้ชทีมหมูป่า

06.40 น.—หน่วยซีลจากกองทัพเรือ ได้นำอุปกรณ์เข้าไปในพื้นที่ถ้ำหลวงอีกครั้ง เพื่อปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายต่อเป็นวันที่สอง หลังจากเมื่อช่วงเย็นวานนี้ต้องยุติปฏิบัติการชั่วคราว เนื่องจากน้ำในถ้ำอยู่ในระดับสูงเกินกว่าจะทำการค้นหาต่ออย่างปลอดภัย ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 ระบุว่า วันนี้หน่วยซีลจะเข้าถ้ำทั้งสิ้น 8 คน ขณะนี้ได้นำอุปกรณ์บางส่วนเข้าไปในถ้ำแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาดำน้ำเข้าไปประมาณ 2 ชั่วโมง

06.25 น.—ญาติผู้สูญหายและชาวบ้านได้ทำพิธีตามหาคนแบบสมัยโบราณ โดยการตีฆ้องและตีกลองเพื่อเป็นการเรียกให้คนที่หายไปได้ยิน ตามความเชื่อ นอกจากนี้พ่อแม่ของเด็กที่หายไปบางส่วนยังได้ทำการยกยอ เชื่อว่าเป็นการเรียกขวัญกลับมา

05.00 น.—ทีมดำน้ำคนไทยที่ได้รับการอบรมจากอิตาลีเดินทางถึงบริเวณถ้ำหลวง และรับทราบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ เพื่อวางแผนช่วยเหลือ

01.20 น.—เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.แม่สาย เร่งพาดสายไฟเพิ่มเติมเชื่อมสายจากเครื่องปั่นไฟ และดึงสายไฟ IEC เข้าไปในถ้ำเพื่อใช้กับเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่

00.45 น.—เริ่มสูบน้ำออกหนองน้ำพุ เพื่อลดระดับน้ำในถ้ำ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย คอยควบคุม

00.20 น.—เริ่มดำเนินการเดินสายไฟติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อลดระดับน้ำลงให้ได้มากที่สุด

[วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน 2561]

20.40 น.—ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แถลงว่า ในคืนนี้ทางเจ้าหน้าที่เตรียมจะลุยสูบน้ำออกจากถ้ำเพื่อให้ระดับน้ำลดต่ำลง เนื่องจากเป็นห่วงว่ากลุ่มผู้สูญหายน่าจะจะอยู่ในอาการอิดโรย ไม่น่าจะสามารถลุยน้ำออกมาได้หากหน่วยซีลเข้าไปพบ ดังนั้นจึงจะพยายามสูบน้ำออกมาให้เร็วที่สุด เพื่อให้ระดับน้ำต่ำลงจนถึงระดับที่สามารถเดินออกมาได

17.45 น.—หน่วยซีลยุติการค้นหาที่โถงกลางชั่วคราว หลังน้ำเริ่มท่วมปิดปากถ้ำจนมีความเสี่ยง ผู้การซีลเชื่อทุกคนยังมีชีวิตแต่ต้องปรับแผนหาทางเข้าใหม่

17.12 น.—สภ.แม่สายแจ้งถึงความคืบหน้าการค้นหานักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชรวม 13 คนว่า มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานยากลำบากยิ่งขึ้น และยังคงย้ำขอความร่วมมือประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องอย่าเข้าไปในพื้นที่ เนื่องจากทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานลำบากขึ้น

17.10 น.มนุษย์กบ จากหน่วยซีล หรือหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ได้ขุดตะกอนทรายที่ปิดทางเข้าถ้ำไปยังที่ดอนในถ้ำด้านซ้ายได้แล้ว โดยจากการเดินเท้าสำรวจลึกไป 1 กิโลเมตร พบว่า อากาศภายในถ้ำจุดนี้เบาบาง เบื้องต้นจากการประเมินล่าสุดคาดว่า กลุ่มนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ช รวมทั้งหมด 13 คน จะรออยู่ตรงที่เรียกว่า พัทยาบีช ที่อยู่ห่างจากจุดที่ซีลเดินสำรวจประมาณ 500 เมตร ตรงนั้นมีลักษณะเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นเนินสูง และมีแอ่งน้ำลึกอยู่ที่ปลายทาง

16.00 น.—ยังคงไม่พบกลุ่มนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทั้ง 13 คน ขณะที่สภาพอากาศเป็นอุปสรรคสำหรับการค้นหาเนื่องจากมีฝนตก แต่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการค้นหาต่อไป พร้อมทั้งมีการเตรียมหน่วยพยาบาลเพื่อเข้าช่วยเหลือเบื้องต้นทันทีหากพบตัวทุกคนแล้ว เนื่องจากคาดว่าอาจมีสภาพอิดโรย

15.00 น.—เจ้าหน้าที่ทีมค้นหา และหน่วยบินตำรวจจังหวัดเชียงใหม่ นำเฮลิคอปเตอร์ตำรวจเพื่อสนับสนุนการค้นหา โดยได้ปรึกษากับพ่อหลวงซาเจะ เจ้าของพื้นที่ ซึ่งหลังจากบินสำรวจได้พบปล่องจำนวน 2 ปล่อง ซึ่งอยู่ห่างจากโถงจุดแรกประมาณ 800 เมตร โดยเจ้าหน้าที่ได้เตรียมอาหารและขนมเพื่อโยนเข้าไป และเขียนข้อความใส่กระดาษว่า ถ้าเจอขนมให้หยุดรอหน่วยซีล กำลังเดินไปตามหาทาง 7 กม.

13.50 น.—เลขาธิการ กสทช. เตรียมสั่งรถโมบายถ่ายทอดสัญญาณ โดยจะนำจากศูนย์ที่จังหวัดเชียงใหม่ ไปช่วยสนับสนุนสัญญาณช่วยเจ้าหน้าที่ทีมค้นหา คาดรถโมบายจะไปถึงถ้ำหลวง ภายใน 2-3 ชม.

13.20 น.—สถานีตำรวจภูธรแม่สายรายงานว่า มนุษย์กบ 5 นายชุดแรกถอนตัว อีก 5 นายปฏิบัติหน้าที่ต่อ

13.02 น.— ไทยพีบีเอสรายงานว่า จนท.เตรียมปล่อยน้ำออกนอกถ้ำ เพื่อลดระดับน้ำให้เร็วที่สุด และเตรียมตรวจสอบพื้นที่หลังได้ข้อมูลว่าในถ้ำมีปล่องสูงอยู่ 2 จุด ซึ่งอาจจะสามารถทะลุเข้าถ้ำจากด้านบนได้ ก่อนจะประสานเฮลิคอปเตอร์เข้าร่วมทีมค้นหาต่อไป

12.40 น.—เพจเฟซบุ๊ก Thai NavySEAL ได้มีการเผยแพร่ภาพห้องโถงใหญ่ภายใน หลังจากที่หน่วยซีลสามารถดำน้ำผ่านจุดที่ยากที่สุดเข้าไปได้ ภาพภายในแสดงให้เห็นห้องโถงขนาดใหญ่ อากาศด้านในค่อนข้างปลอดโปร่ง

12.20 น.—พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.) หรือ หน่วยซีล ให้สัมภาษณ์กับไทยพีบีเอสว่า หน่วยซีลได้ผ่านจุดที่ยากที่สุดไปแล้ว เมื่อข้ามไปอีกฝั่งพบรอยเท้าซึ่งคาดว่าเป็นของกลุ่มเด็กๆ จึงคาดว่าจะไปถูกทางแล้ว ด้านในอากาศปลอดโปร่ง

12.01 น.—สถานีตำรวจภูธรแม่สาย เผยแพร่ข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊กว่า ขอให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องงดเข้าพื้นที่ถ้ำหลวงโดยเด็ดขาด

11.00 น.—ชุดนักประดาน้ำดำลงไปภายในถ้ำลึก 5 เมตร พบทางเข้าห้องโถงใหญ่ เดินสำรวจภายในบริเวณนั้น พบร่องรอยแต่ยังไม่พบตัว

09.38 น.—หน่วยซีล 4 นาย สามารถดำน้ำข้ามไปอีกฝั่งของจุดที่มีน้ำท่วมภายในถ้ำได้แล้ว และได้นำอุปกรณ์ชุดปฐมพยาบาล อาหารและน้ำดื่มเข้าไปด้วยแต่ยังไม่พบผู้สูญหายทั้ง 13 คน มีรายงานถึงระดับน้ำในถ้ำว่าตอนนี้เพิ่มสูงจากเมื่อวาน 5 เมตร เป็น 7 เมตร

08.25 น.—ชุดดำน้ำเจาะทะลุอุโมงค์อีกฝั่ง ยังไม่พบผู้ใด

08.00 น.—ชุดพลั่วเข้าถึงจุดดำน้ำ เจ้าหน้าที่ดำน้ำใช้พลั่วขุดหาช่องทาง

06.00 น.—หน่วยซีล ชุด 2 เข้าไปภายในถ้ำ

04.00 น.—น.อ.อนันท์ สุราวรรณ์ ร.น. ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 ได้นำลูกทีมและมิสเตอร์เวิร์น อันสเวิร์ส ที่รับเป็นผู้นำทางเป็นรอบที่ 4 และชาวบ้านที่ชำนาญทางนำทีม ซึ่งทีมสำรวจนี้จะทำหน้าที่เข้าไปสำรวจเพื่อประเมินสถานการณ์

02.50 น.—หน่วยซีลเดินทางถึงวนอุทยานถ้ำหลวง ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่และทีมค้นหา ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แผนเบื้องต้นในการปฏิบัติการจะให้ทีมซีลเป็นทีมหลัก และมีทีมอัมรินทร์ใต้ ปภ.เชียงราย และศิริกรณ์เป็นทีมเสริมในช่วงเช้า การเข้าไปปฏิบัติการของทีมซีลเบื้องต้นเพื่อสำรวจพื้นที่ใต้น้ำ หาช่องทางระบายน้ำ หาจุดที่ถูกทราย หรือโคลนปิดทางน้ำไหลออกให้สามารถระบายน้ำได้ และดูช่องทางที่จะมุดไปยังอีกฝั่งของน้ำ เพื่อหาตัวคนที่ติดอยู่ในถ้ำ รวมถึงหาวิธีการระบายน้ำเป็นช่วงๆ

[วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2561]

cave-line24

23.30 น.—เจ้าหน้าที่ทุกหน่วย จัดเตรียมพื้นที่ทุกระบบ สรุปเส้นทางเข้า-ออก ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ให้กับหน่วยซีล เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษดำน้ำกู้ภัย โดยเมื่อมาถึงจะเริ่มทำการปฏิบัติการค้นหาทันที

22.00 น.—กองทัพเรือ ส่งหน่วยซีล หรือเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษดำน้ำกู้ภัย หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ บินตรงจากสัตหีบมาจุดเกิดเหตุ เพื่อร่วมทีมค้นหาผู้สูญหาย

21.00 น.—ชุดประดาน้ำชุดแรก กลับออกมาบอกว่าพบรอยนิ้วมือคนเกาะตามถ้ำ ทางเข้าเป็นทางลาดชัน มีน้ำท่วม น้ำลึกประมาณ 5 เมตร ก่อนที่นักประดาน้ำชุดที่ 2 จะเข้าไปทำภารกิจต่อ

13.10-13.40 น.—เจ้าหน้าที่กู้ภัยเริ่มทำการสูบน้ำออกจากถ้ำ นำอาหารและน้ำดื่มมัดเชือกปล่อยตามกระแสน้ำให้ผู้ประสบภัย ส่วนระดับน้ำในถ้ำยังสูงและเชี่ยวมาก

13.20 น.—นายเวิร์น อันสเวิร์ธ ชาวอังกฤษ และนายกมล คุณงามความดี อดีตเจ้าหน้าที่วนอุทยานถ้ำหลวงฯ ได้ออกมาจากถ้ำหลังเข้าไปสำรวจรอบ 2 เพื่อบรรยายสรุปสถานการณ์ภายในถ้ำให้กับหน่วยงานที่เข้ามาร่วมกู้ภัย พร้อมวางแผนการช่วยเหลือ นายเวิร์นกล่าวว่า กระแสน้ำที่สามแยกแรงมาก น้ำไหลมาจากผาหมี เครื่องสูบน้ำไม่สามารถสูบน้ำออกได้ทัน และกระสอบทรายกั้นน้ำไม่อยู่

13.00 น.—ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเดินทางมาอำนวยการวางแผนช่วยเหลือที่หน้าถ้ำหลวงฯ พร้อมเตรียมนักประดาน้ำ และได้มอบให้เจ้าหน้าที่วนอุทยานถ้ำหลวงฯ จัดทีมไปสำรวจเส้นทางน้ำจากดอยผาหมี ที่ไหลเข้ามาเติมน้ำในถ้ำ เพื่อจะดูว่าสามารถสกัดน้ำ ณ ตำแหน่งไหนได้บ้าง

10.00 น.—ทีมค้นหากลับออกมา แจ้งว่าในถ้ำมีน้ำปิดโพรงถ้ำอยู่ ระดับความลึกกว่า 5 เมตร และยังรับน้ำป่าที่ไหลมาจากดอยผาหมีจึงประสานทีมช่วยเหลือหากระสอบทราย 30 กระสอบ และเครื่องสูบน้ำ มาสูบน้ำออกเพื่อหาทางดำน้ำลอดเข้าไปฝั่งตรงข้ามจากนั้นทีมเจ้าหน้าที่อีก 2 ชุด จำนวน 50 คน นำกระสอบทรายและเครื่องสูบน้ำไปสูบน้ำออก พร้อมระดมทหาร ฉก.ม.3 ปภ.เทศบาลตำบลแม่สาย ปภ.จ. เชียงราย และ อาสาสมัครร่วมกันปฏิบัติการโดยวางเจ้าหน้าที่พร้อมวิทยุสื่อสารไว้ตามจุดต่างๆตลอดระยะทาง 2 กม.

7.30 น.—ทีมค้นหาของเจ้าหน้าที่วนอุทยานถ้ำหลวงฯ และนายเวิร์น อันสเวิร์ธ ชาวอังกฤษที่เคยเข้าไปสำรวจภายในถ้ำหลวงหลายรอบ ได้เดินเท้าเข้าไปภายในถ้ำ มุ่งไปยังจุดที่อยู่ลึกจากปากถ้ำเข้าไปราว 2 กม.

03.30 น.—ทีมกู้ภัยสยามรวมใจและทีมกู้ชีพสมาคมศิริกรณ์ เชียงราย ได้ถอนกำลังเพราะกระแสน้ำแรงและอากาศเบาบาง จากนั้นได้มีการประชุมร่วมกันระว่าทีมค้นหาและฝ่ายปกครอง, ปภ. จ.เชียงราย, เจ้าหน้าที่อุทยานฯ, ทหาร, ตำรวจ และผู้นำชุมชน หลังจากประชุมเสร็จได้มีสรุปให้ทำการยุติการค้นหาเป็นการชั่วคราวเนื่องจากภายในถ้ำฯ มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเกรงว่าจะเป็นอันตราย

01.15 น.—เริ่มดำเนินการค้นหา โดยทีมกู้ภัยสยามรวมใจและทีมกู้ชีพสมาคมศิริกรณ์ เชียงราย ได้นำถังออกซิเจนและเชือกนำเข้าไปในถ้ำเพื่อติดตามค้นหา เมื่อเข้าไประยะทาง 4 กม. เจอรองเท้าแตะเด็ก 12 คู่ และเมื่อเดินไปอีก 500 ม. เจอกระเป๋าสะพาย 2 ใบ น้ำ 2 ขวด เจอทางแยก

[วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561]

22.00 น.—ศูนย์วิทยุ 191 สภ.แม่สาย ได้รับแจ้งว่ามีเด็กหายเข้าไปในถ้ำ ภายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ต.โป่งผาฯ เข้าไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบว่ามีคนเข้าไปในถ้ำแล้วไม่กลับออกมาจริงตามที่ได้รับแจ้ง

15.00 น.—เจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ จะทำการปิดสำนักงาน สังเกตมองเห็นรถจักรยานจอดอยู่บริเวณทางเข้าปากทางถ้ำหลวง จึงได้เข้าไปตรวจสอบจนมีผู้ปกครองมาติดต่อและบอกว่ามีเด็กนักกีฬาคนหนึ่งหายไปไม่สามารถติดต่อได้ จนกระทั่งมาทราบว่ามาเที่ยวที่ถ้ำหลวง พอเจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ เข้าไปตรวจสอบในถ้ำฯ พบรถจักรยานจอดทิ้งไว้จำนวน 11 คัน ซึ่งคาดว่าจะเป็นของเด็กที่หายไป

09.00-12.00 น.—นักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทีม “หมูป่าอะคาเดมีแม่สาย” ไปซ้อมฟุตบอลที่สนามกีฬากลาง ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยเด็กมาจากหลายโรงเรียนใน อ.แม่สาย หลังจากซ้อมบอลเสร็จก็พากันปั่นจักรยานมาเที่ยวบริเวณวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน คาดว่าทั้งหมดพากันเข้าไปเที่ยวชมภายในถ้ำแต่กลับออกมาไม่ได้ เนื่องจากระดับน้ำในลำธารด้านในถ้ำขึ้นสูงจนปิดโพรงถ้ำและกระแสน้ำไหลเชี่ยว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *