หนุ่มเมืองกาญจน์ฯ ถามหาความยุติธรรม หลังชีวิตไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ตำรวจในพื้นที่จ้องคุกคาม-ทำร้ายร่างกายหน้าผับ เพราะยังแค้นฝังใจคดีในอดีตที่สะสางกันไปแล้ว

หนุ่มเมืองกาญจน์ฯ ถามหาความยุติธรรม หลังชีวิตไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ตำรวจในพื้นที่จ้องคุกคาม-ทำร้ายร่างกายหน้าผับ เพราะยังแค้นฝังใจคดีในอดีตที่สะสางกันไปแล้ว

หนุ่มเมืองกาญจน์ฯ ถามหาความยุติธรรม หลังชีวิตไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ตำรวจในพื้นที่จ้องคุกคาม-ทำร้ายร่างกายหน้าผับ เพราะยังแค้นฝังใจคดีในอดีตที่สะสางกันไปแล้ว

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้แชร์คลิปภาพเหตุการณ์ที่อ้างว่า ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายร่างกาย ด้วยการชกใบหน้า คลิปดังกล่าวมีความยาวประมาณ 5 นาทีเศษ ชายคนหนึ่งกำลังมีปากเสียงกับคู่กรณี โดยอีกฝ่ายอ้างว่าเป็นตำรวจ และได้เข้ามาใช้กำลังทำร้ายร่างกาย

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้พบกับ นายพรหมมนัส อายุ 27 ปี ผู้โพสต์คลิปเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าตนเป็นเหยื่อจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พร้อมกับเปิดเผยว่า เมื่อคืนวันเกิดเหตุตนไปหาเพื่อนที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ก่อนจะไปเจอกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจ คนกลุ่มนี้เคยมีเรื่องบาดหมางกันอยู่แล้ว เพราะตนเคยมีคดีกับพ่อตำรวจนายหนึ่งในกลุ่ม

เมื่อกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจเจอตน ก็ตรงเข้ามาล็อกคอ และบอกว่าให้ตนไปนั่งไกลๆ ไม่เช่นนั้นจะยิงให้ตาย เมื่อตนเดินออกจากสถานบันเทิง อีกฝ่ายก็ยังเดินตามมา และมีเพื่อนๆ ตามมาด้วย พร้อมกับโชว์อาวุธปืนและเดินเข้ามาตน ระหว่างนั้นก็พี่คนใส่เสื้อสีน้ำเงินเดินมาจากไหนไม่รู้ และตนไม่ได้รู้จัก ไม่เคยคุยกันมาก่อน ก่อนจะเข้ามาชกต่อยตนทันที

ตอนนั้นมีพลเมืองดีที่อยู่ในเหตุการณ์เข้ามาช่วยเหลือตน แต่ชายที่ก่อเหตุยังไม่ยอม พยายามจะเข้ามาชกต่อยตนอยู่ตลอดเวลา ก่อนจะห้ามปรามและแยกย้ายกันไป หลังเกิดเหตุตนได้เข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวันเอาไว้ แต่ตนจะไม่ยินดียอมความแต่อย่างใด เพราะกรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับตน เพียงแต่ครั้งที่แรกตนได้ยอมความและจากกันไปด้วย แต่ปรากฏว่าอีกฝ่ายไม่ยอมจบ

นายพรหมมนัส กล่าวต่อว่า ตนเป็นประชาชน ส่วนเขาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่น่าเชื่อว่าจะใช้ยศตำแหน่งมาข่มขู่ประชาชนเช่นนี้ ทำให้ตนรู้สึกไม่ปลอดภัย เรื่องคราวก่อนเกิดขึ้นเมื่อ 2 ที่แล้ว สืบเนื่องจากอุบัติเหตุที่ตนขี่รถจักรยานยนต์ไปชนกับพ่อของตำรวจหนึ่งนายในกลุ่มดังกล่าว ครั้งนี้ต่างฝ่ายต่างได้รับบาดเจ็บ แต่คดีได้สรุปไปแล้วว่าเป็นความประมาทร่วม ต่างคนต่างยกฟ้อง เพราะต่างคนก็ต่างผิด

แต่ปรากฏว่าฝ่ายลูกชายของเขายังไม่จบ ตนก็ยังต้องใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ เมื่อเจอหน้าครั้งใดก็พยายามหาเรื่องตลอด อีกทั้งการถูกทำร้ายครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 เพราะครั้งก่อนเขาเรียกตัวไปที่โรงพัก ก่อนจะคุกคามข่มขู่และทำร้ายร่างกายบนโรงพัก แต่คราวนั้นตนก็ไม่ได้เอาความอะไร

แต่พอมาเกิดเรื่องอีกครั้ง ครั้งนี้ทำให้ตนรู้สึกไม่ปลอดภัย ตนทนไม่ไหวแล้ว เพราะตนยังต้องใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ อีกทั้งคู่กรณียังเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ทำให้ตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรมจากกรณีนี้ จึงตัดสินใจนำคลิปเหตุการณ์แชร์เผยแพร่ออกไป และนำเรื่องมาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนอีกทาง เพื่อหวังว่าจะมีความคืบหน้าและให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย

อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจได้สั่งการสืบสวนหาข้อเท็จจริงในกรณีนี้ และจะดำเนินการตามระเบียบตามกฎหมายให้เร็วที่สุด แม้ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เองก็ตาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *