สุดอันตราย! รถพ่วงบรรทุกเครื่องจักร ชนสะพานลอยหักทั้งแถบ พังครืนทับกระบะสาหัส

สุดอันตราย! รถพ่วงบรรทุกเครื่องจักร ชนสะพานลอยหักทั้งแถบ พังครืนทับกระบะสาหัส
เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ร.ต.อ.ภัทรพล ปิ่นทอง ร้อยเวรสอบสวนจราจร สภ.เมืองสระบุรี ได้รับแจ้งจาก 191 เมืองสระบุรี ว่า มีอุบัติเหตุรถบรรทุกเทเลอร์ 26 ล้อ บรรทุกเครื่องจักรล้างขวดขนาดใหญ่ ชนคานสะพานคนข้ามถนน จนสะพานหักครึ่งลงมาทับรถปิกอัพ เหตุเกิดที่ ถ.พหลโยธินขาเข้ากทม. กม.101-102 ต.หนองยาว อ.เมือง จ.สระบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยมูลนิธิร่วมกตัญญูสระบุรี

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วงเทรลเลอร์ 26 ล้อ ยี่ห้อสแกนเนีย ทะเบียนตัวหน้า 79-8387 กรุงเทพมหานคร ทะเบียนตัวหลัง 65-0820 กรุงเทพมหานคร ข้างรถเขียนว่า บริษัทพัฒนาจักรกลมอเตอร์ ทรานสปอร์ต จอดอยู่ในเลนซ้ายในช่องทางด่วน ส่วนพ่วงบรรทุกเครื่องจักรขนาดใหญ่คลุมผ้าใบ สภาพรถเอียง มีคานสะพานคอนกรีตติดรั้วเหล็กยาว 30 เมตร น้ำหนักหลายสิบตันตกลงมาทับตัวรถ

มีเศษคอนกรีตและเหล็กตกเกลื่อนกระจายทั่วบริเวณ คนขับ คือ นายพสิษฐ์ จันทร์จันทึก อายุ 43 ปีถัดมาพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเงิน หมายเลขทะเบียน บว 2213 สระบุรี ถูกคานสะพานคอนกรีต ทับส่วนหัวรถพังยับ คนขับ คือ นายบัญชา สิงห์สนอง อายุ 27 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำตัวส่ง รพ.สระบุรีแล้ว ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึง

สอบสวนนายพสิษฐ์ ให้การว่า ตนพร้อมกับเพื่อนอีก 2 คน ขับรถเทรลเลอร์คนละคัน บรรทุกเครื่องจักรขนาดใหญ่ (เครื่องล้างขวด) ของผู้ผลิตเบียร์ชื่อดังยี่ห้อหนึ่ง จากท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี จะไปส่งที่โรงงานย่าน อ.บางเลน จ.นครปฐม แต่ด้วยความสูง และขนาดใหญ่ของเครื่องจักร ไม่สามารถวิ่งบนถนนมอเตอร์เวย์ได้ เพราะไม่สามารถผ่านช่องเก็บเงินบริเวณด่านเก็บเงินได้ จึง,kใช้เส้นทางสาย บ้านนา-แก่งคอย แล้วย้อนมาเข้าถนนพหลโยธิน-วงแหวนตะวันตก

เพื่อไปส่งเครื่องจักรดังกล่าวที่ อ.บางเลนโดยรถของตนขับเป็นคันที่ 1 ซึ่งมีรถนำอยู่ข้างหน้าอีก 1 คัน ขณะวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุ มีสะพานข้ามถนนมีความสูงจากพื้นดิน ถึงคานสะพาน 5 เมตร แต่รถและเครื่องจักรที่บรรทุกมามีความสูงกว่า ตนไม่ทันระวังขณะวิ่งผ่าน เครื่องจักรที่บรรทุกมาจึงชนเข้ากับคานสะพานอย่างจัง เป็นเหตุให้คานสะพานร่วงหล่นลงมาทับเครื่องจักร และรถกระบะของนายบัญชาที่ขับตามหลังมา ทำให้นายบัญชาบาดเจ็บสาหัส

ขณะเกิดเหตุทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก โดยเฉพาะในฝั่งขาเข้า กทม. ติดยาวประมาณ 2 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ต้องเปิดช่องทางด่วนให้รถที่วิ่งเข้า กทม. มาวิ่งในช่องทางด่วนฝั่งขาเข้าสระบุรีแทน แล้วให้รถที่วิ่งจาก กทม. ไปตัวเมืองสระบุรี เข้าไปวิ่งในช่องทางคู่ขนาน และประสานแขวงการทางสระบุรี เพื่อนำเครนมายกคานสะพานออกจากที่เกิดเหตุโดยเร็ว เบื้องต้นได้แจ้งข้อหากับนายพสิษฐ์ คนขับรถเทรลเลอร์ว่า ขับรถโดยประมาท ทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหายและทำให้นายบัญชาได้รับบาดเจ็บ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *