สลัดคราบสาวฮา!! “ซอ จียอน”หวนมาทวงบัลลังก์เซ็กซี่ บนปก Maxim แซ่บทุกอณู

จียอน ทุบอกประกาศตัวเลยว่า การกลับมาถ่ายเซ็กซี่ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการหวนคืนและทวงบัลลังก์ความเซ็กซี่ หนุ่มไทยไม่ใจร้าย…หรอกเนอะ จียอน อ้อนขนาดนี้ พร้อมเชียร์ให้กำลังใจ สาวใจกล้าที่เปิดอกโชว์ความเซ็กซี่ทุกคนแน่นอน ขนาด จียอน ออกตัวว่า “แนวเซ็กซี่จียอนไม่ค่อยถนัดเลยจริงๆ (หัวเราะ)” อื้อหือ! นี่ไม่ถนัด แต่หนูทำได้สุดแซ่บ กดไลค์ กดเลิฟ กันแทบไม่ทัน ให้กำลังใจ จียอน กันหน่อย เธอพร้อมกลับตัว ทำงาน โกยสตางค์ด้วยใจมุ่งมั่น! หลังโดนมรสุมมีกระแสข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมการทำงานที่ไม่น่ารักมาเป็นระลอก ทั้งเรื่องถูกปลดจาก

 

 

ภาพยนตร์ร่วมทุนไทย-เกาหลี ไปจนถึงกรณีที่ถูกโยงว่าเป็นตลกสาวที่ พจน์ อานนท์ ออกมาโพสต์ข้อความเหน็บว่าเรื่องเยอะ ดูถูกอาชีพตัวเอง จนถึงปฏิเสธร่วมงานกับ กอล์ฟ เบญจพล ถูก เป็ด เชิญยิ้ม ปลดจากรายการ ก่อนบ่ายคลายเครียด เนื่องจากไม่มีวินัยในการทำงานและดูถูกอาชีพตลกอีก อู้ย…ย มันผ่านมาแล้ว! ฟังจากใจ จียอน ดู “ตอนนี้ก็โตแล้ว และก็ถึงเวลาอันสมควรแล้วที่จะกลับมาทำงานแนวนี้ เซ็กซี่อีกครั้ง เพราะจียอนคิดว่าตัวเองมีความกล้าแสดงมากขึ้น ด้วยอารมณ์และสายตาก็อาจจะแตกต่างกับเมื่อก่อนที่เคยผ่านมา” มุ่งมั่นทำงานด้วยใจจริง ถึงเป็นสาวเกาหลี แต่ จียอน ทำหลายงาน พิธีกร เล่นซีรีส์ เล่นละคร หลายแนวมาก ดราม่า ตลก เพราะ จียอน อยากลองอะไรใหม่ๆ เพื่อที่จะได้เป็นประสบการณ์

 

 

โดยส่วนตัว จียอน เป็นคนอารมณ์ดี ตอนแสดงร่วมกับตลก เธองัดความใสๆ หลุดขำออกมาระหว่างถ่ายก็บ่อย เห้ย…จริงดิ! จียอน เข้ามาที่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 กันยายน 1998 ยกนิ้วมานับ ใช้ชีวิตอยู่ประเทศไทยมา 21 ปีแล้ว ไม่ใช่ลูกครึ่ง เธอลูกเกาหลีแท้ๆ ตอนเจอมรสุมฟ้าผ่า! ข่าวกระหน่ำ คนคิด จียอน กลับเกาหลีแน่ แต่เธอไม่กลับ อยู่ต่อด้วยหัวใจสตรอง! เพื่อพิสูจน์ตัวเอง เธอฝึกภาษาไทย รักทุกอย่างที่เป็นไทยขนาดนี้ ทิ้งไปก็แพ้สิค้า!! วันนี้คุยงาน พิมพ์ไลน์ภาษาไทย จียอน ทำได้สบายหัวใจตั้งแต่ “เลิก” อาร์-อาณัตพล เธอยังไม่มีรักใครเป็นตัวเป็นตน เพราะกว่าจะผ่านมาได้ จียอน เจ็บหนัก ควงหนุ่มผิวเข้มไปกินข้าว มันก็มีบ้าง แต่ จียอน ว่ายังไม่ได้ไปในสถานะแฟน รักครั้งต่อไป สเปกต้องเป็นคนสูงเกิน 176 เซนติเมตรขึ้นไป ใจดี รักครอบครัว ชอบหนุ่มเอเชีย

 

 

แต่ไม่ค่อยโอเคกับหนุ่มฝรั่ง จริงๆ แล้วก็ไม่ได้จำกัดนะว่าต้องเป็นหนุ่มไทยหรือหนุ่มเกาหลี ขอแค่คุยกันรู้เรื่องก็พอ เธอยกให้ “หนุ่มไทย” มาวิน มีชั้นเชิงในการจีบมากกว่าหนุ่มเกาหลี มุมมองความรักจากครั้งที่แล้วกับมุมมองความรักกับครั้งนี้เหมือนกันอยู่ไหม? จียอน ว่า “เค้าโครงก็ยังคงคล้ายๆ เดิมอยู่นะ แต่ตอนนี้โตขึ้นก็อยากเจอคนที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยจริงๆ อยากเจอคนที่ใช่ อยากเจอใครสักคนที่มั่นคงกับเรา” เคยอกหักหนักๆ เคยดื่มเหล้าจนไม่มีสติ ผ่านมาได้จียอน บอกเลยว่า ไม่เอาแล้ว…อกหักไม่ได้แอ้ม จียอนแน่คราวนี้. เป็นอีกหนึ่งสาวสวยเสียงใสที่มองกี่ทีก็น่ารักสดใส พาหัวใจหนุ่มไทยกระชุ่มกระชวย สำหรับสาวเกาหลีแต่หัวใจไทยอย่าง ซอ จียอน ที่ช่วงนี้ดูเหมือนจะเป็นปีชงของเธอรึเปล่า เพราะมีกระแสข่าวด้านลบ ที่ได้ยินจนหนาหูถาโถมเข้ามาอย่างแรง แม้ภายนอกจียอนจะดูสตรอง แต่ภายในจิตใจของเธอนั้น ก็เกือบจะไม่ไหวเช่นกัน บางคนอาจจะยังไม่รู้จักสาวเกาหลีหน้าใสคนนี้มากเท่าไหร่นัก เราไปทำความรู้จักกับเธอกัน ซอ จียอน นั้นเป็นชื่อจริงของ จียอน

 

 

เกิดที่ประเทศเกาหลีใต้ และเมื่ออายุได้ 11 ขวบ เธอก็ได้ย้ายตามคุณพ่อเข้ามาอยู่ที่ประเทศไทย จบการศึกษาชั้นมัธยมที่โรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษา ในช่วงนั้นจียอนถูกเพื่อนที่โรงเรียนกลั่นแกล้งเรื่องภาษา เพราะพูดไม่ได้ทั้งไทยและอังกฤษ จึงท้อใจและอยากกลับบ้านเกิดเมืองนอน แต่ได้รับกำลังใจจากบิดามาเสมอ จึงผ่านพ้นไปได้ และเมื่อจบมัธยมแล้ว เธอได้ไปเรียนต่อปริญญาตรีที่คณะศิลปศาสตร์ เอกวิชาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จียอนชอบร้องเพลงและอยากเป็นนักร้องแบบพี่ชายที่เป็นนักร้องอยู่ที่เกาหลี แต่ที่บ้านคัดค้านเพราะเห็นว่าเธอเป็นผู้หญิง ควรทุ่มเทให้กับการเรียนมากกว่า แม้ว่าเธอจะถูกคัดค้านจากครอบครัว แต่จียอนก็ได้มีโอกาสถ่ายแบบลงนิตยสารอยู่บ่อยครั้ง จากนั้นก็ได้ไปถ่ายมิวสิกวิดีโอเพลง ดีใจ ของศิลปิน Toffy & The Candy band, เพลง เวลากับใจคน ของเป๊ก ผลิตโชค และเพลง Sensitive ของแนน วาทิยา แต่สิ่งที่ทำให้เธอได้ก้าวเข้ามาในวงการบันเทิงเต็มตัวก็คือ เพื่อนร่วมโรงเรียน อย่างสองหนุ่ม กอล์ฟ พิชญะ และ ไมค์ พิรัชต์

 

 

ที่เห็นว่าจียอนชอบการร้องเพลงและขึ้นแสดงงานโรงเรียนอยู่บ่อยครั้ง จึงพาเธอมาให้โปรดิวเซอร์ทดสอบเสียง ก่อนจะถูกส่งตัวไปหา ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค ซึ่งการร้องเพลงต่อหน้าพี่ดี้ที่เธอไม่รู้ว่าเขาคือใคร แต่เสียงของเธอก็ทำให้นักแต่งเพลงคนนี้ตอบรับ หลังจากนั้นจียอนก็ได้เข้าพบกับ บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ ซึ่งก็ได้ถูกใจบุคลิกน่ารักแบบเกาหลี จึงตกปากรับจียอนเป็นนักร้องในค่ายเอ็กแซ็กท์ จากนั้นจียอนได้ออกผลงานเพลงแรก อัลบั้ม The Eight ในปี 2553 ร่วมกับศิลปินสุดฮอตของเดอะสตาร์ คือเพลง สอนภาษารัก ที่เริ่มทำให้เธอเป็นที่รู้จัก ตามมาด้วยเพลงช้าอย่าง ฉันไม่มีที่ไป นอกจากนี้ จียอนยังได้เล่นละครซิทคอมเรื่อง นัดกับนัด ซึ่งซิทคอมเรื่องนี้ทำให้จียอนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปมากขึ้น และเธอเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเมื่อ ซอ จียอน เป็นแฟนสาวของนักร้อง อาร์ เดอะสตาร์ แต่สุดท้ายทั้งคู่ได้เดินทางใครทางมันและเหลือสัมพันธ์เพียงแค่เพื่อนเท่านั้น ด้านความสวย ต้องบอกว่าเธอมีพัฒนาการความสวยมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นสเปกของหนุ่มๆ

 

ที่อยากมีสาวข้างกายแบบสาวเกาหลี ตัวเล็ก น่ารักแบบเธอ จากมีเชื่อเสียงติดลมบน ข่าวฉาวก็ตามมาเช่นกัน โดยเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา จียอนเจอกระแสข่าวหนักในแง่ลบถาโถมเข้ามาเป็นจำนวนมาก เกี่ยวกับพฤติกรรมการทำงานที่ไม่น่ารัก ทั้งเรื่องถูกปลดจากภาพยนตร์ร่วมทุนไทย-เกาหลี เนื่องจากมีพฤติกรรมเรื่องมาก ไปจนถึงกรณีที่ถูกโยงว่าเป็นตลกสาวที่ผู้กำกับฝีปากกล้าอย่าง พจน์ อานนท์ ต้องยี้ ถึงขั้นทนไม่ไหวออกมาโพสต์ข้อความเหน็บว่าเรื่องเยอะ ดูถูกอาชีพตัวเอง มิหนำซ้ำมีข้อมูลหลุดออกมาว่าเจ้าตัวเรื่องเยอะ จนปฏิเสธร่วมงานกับนักแสดงรุ่นพี่ กอล์ฟ เบญจพล เชยอรุณ จนกลายเป็นว่าที่เกาเหลาชามใหม่ของวงการบันเทิงไปเสียแล้ว นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวลือมาว่า จียอน ถูกปลดจากรายการ ก่อนบ่ายคลายเครียด เนื่องจากไม่มีวินัยในการทำงานและดูถูกอาชีพตลก ซึ่งเพื่อนสนิทอย่างสาว ชมพู่ ก่อนบ่ายฯ ออกมาเปิดเผยว่า จียอนเครียดจนชักต้องหามส่งโรงพยาบาลเลยทีเดียว แต่ตัวเองเป็นคนกลางพูดอะไรมากไม่ได้ ล่าสุด เป็ด เชิญยิ้ม เจ้าของรายการ ก็ยอมรับว่าเป็นคนปลดจียอนออกจากรายการเอง เนื่องมาจากขอแบ่งคิวไปให้รายการอื่น แม้วันนี้ตัวจียอนยังไม่ได้ออกมาชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่คนใกล้ตัวก็ได้บอกว่า จียอนเครียดกับข่าวมาก และรู้สึกไม่โอเค พร้อมกับบอกอยากให้ฟังทุกอย่างจากปากของจียอนเอง และตอนนี้ก็ยังไม่คิดที่จะกลับเกาหลี ยังตั้งใจทำงานที่ไทยต่อเหมือนเดิม และการกลับไปครั้งนี้แค่ไปทำเอกสารเท่านั้น ไม่ได้กลับไปทำใจอย่างที่เป็นข่าว วันวานของนักแสดงสาวเชื้อสายเกาหลี จียอน หรือชื่อเต็มๆ ของเธอคือ ซอ จียอน เธอย้ายมาอยู่ประเทศไทยเมื่อตอนอายุ 11 ปี เริ่มเข้าวงการตั้งแต่ปี 2552

 

 

จากนั้นก็มีผลงานออกมาให้เห็นบ้างทั้งงานเพลง งานถ่ายแบบ เล่นมิวสิกวีดีโอ จนกระทั่งเธอได้มาเล่นซิทคอม นัดกับนัด และได้เป็นพิธีกรและนักแสดงในรายการ ก่อนบ่าย คลายเครียด ของตลกอาวุโส เป็ด เชิญยิ้ม ด้วยความน่ารักของเธอบวกกับการพูดไม่ชัด ไม่เข้าใจภาษาไทยอย่างถ่องแท้ กลายเป็นเสน่ห์แบ๊วๆ ที่หลายคนหลงรักสาวเกาหลีคนนี้ ชื่อเสียงของเธอเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเมื่อปรากฏชื่อ ซอ จียอน เป็นแฟนสาวของนักร้อง อาร์ เดอะสตาร์ แต่สุดท้ายทั้งคู่ได้เดินทางใครทางมันและเหลือสัมพันธ์เพียงแค่เพื่อนเท่านั้น ด้านความสวย ต้องบอกว่าเธอมีพัฒนาการความสวยมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นสเปคของหนุ่มๆ ที่อยากมีสาวข้างกายแบบนี้ เรื่องชื่อเสียงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวันนี้ จียอน ติดลมบนไปแล้ว มีผลงานที่หลากหลาย เธอได้ร่วมงานกับหลายช่องและออกงานอีเว้นต์บ่อยครั้ง ส่วนเรื่องข่าวคราวที่เกิดขึ้นกันเธอนั้น หากเธอทำพลาดจริง ก็ได้แต่เป็นกำลังใจให้เธอผ่านให้ไปได้ ก่อนหน้านี้เพื่อนซี้อย่าง ชมพู่ ก่อนบ่าย ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ซอจียอน เครียดหนัก ถึงขั้นชัก หลังจากเจอมรสุมข่าวฉาว ดังนั้นเมื่อพบ ซอจียอน

 

 

คงต้องให้เธออธิบายถึงการล้มป่วยครั้งนี้ “เป็นครั้งแรกในชีวิตของจียอนเลยที่เห็นตัวเองชักขนาดนั้น เป็นโรคไฮเปอร์เวนติเลชั่น ซินโดรม เป็นอาการออกซิเจนในร่างกายน้อยเลยหายใจไม่เต็มที่ สาเหตุมาจากการพักผ่อนที่น้อยมาก มีอาการเครียดกับตัวเอง ด้วยจียอนเป็นคนเครียดง่าย จะซีเรียสกับตัวเองมาก เดี๋ยวกำลังจะกลับเกาหลีก็ว่าจะไปเช็คอัพร่างกายด้วย ก็กลัวเหมือนกัน ไม่เคยต้องไปตรวจอะไรขนาดนี้ ที่ผ่านมาก็แค่เจาะเลือด ตรวจเลือด แอบห่วงเหมือนกัน เพราะที่ผ่านมาไม่เคยตรวจสุขภาพเลย ขึ้นเลข3 ด้วย ยอมรับว่าเครียดกับข่าว เป็นครั้งแรกที่มีข่าว ที่ผ่านมาไม่เคยมีข่าวเลย ไม่เคยโดนอย่างนี้ จียอนงง ว่าตัวเองทำอะไรผิด พูดกับตัวเองตลอด ว่าเราทำผิดจริงหรือเปล่า มันเหมือนเป็นอาการสะสมมาก่อนด้วย เพราะก่อนหน้านี้จียอนมีอาการชานิดหนึ่ง หลังๆเริ่มหายใจเร็ว หายใจไม่ออก ความดันขึ้นมา 170

 

 

แล้วยิ่งมาเห็นตัวเองชักแบบมือหงิก ก็ยิ่งกังวลไปอีก ว่าตัวเองจะเป็นอะไรหรือเปล่า ก็ยิ่งหายใจไม่ออก หมอบอกว่าถ้ายิ่งเกร็งตัวเองอย่างนี้ อาจจะถึงขึ้นกัดลิ้นตัวเองได้ หมอก็สั่งให้พักผ่อนเยอะๆ ห้ามเครียด ยาที่หมอให้ ก็จะเป็นยาเกี่ยวกับพักสมองอย่างเดียวเลย ก็แอดมิทไปไม่ถึงวันก็ออกมาทำงาน จริงๆหมออยากให้จียอนพักสัก3วัน แต่เรามีงาน ก็อดไม่ได้ ก็ต้องออกมาทำงาน”ซอจียอนบอก ได้เป็นนางเอกเต็มตัวแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง? “ตื่นเต้นและดีใจมากค่ะ คราวนี้ได้เล่นบทดราม่าด้วย ซึ่งไม่เคยก็เลยต้องทำการบ้านเยอะ เพราะเราไม่มีประสบการณ์ตรงกับตัวละครนี้เลย ต้องร้องไห้เกือบทั้งเรื่อง จึงต้องทำความเข้าใจตัวละครว่าเป็นยังไง อย่างก่อนหน้านี้ ถ้าเราไม่เคยไปผับไปเที่ยว เราก็สามารถไปสัมผัสด้วยตัวเองได้ แต่เรื่องที่ต้องตามหาแม่ เราไม่เคยต้องตามหาแม่ไง ก็ไม่รู้จะไปหาประสบการณ์ที่ไหน เลยลองหาละครของเกาหลี ดูเรื่องอารมณ์ แต่ไม่ดูมากนะ เพราะกลัวติดแอ๊คติ้งของคนอื่นมา เรื่องนี้เป็นลูกครึ่งเกาหลี เธอเป็นคนที่ทุ่มเทกับความรักมาก แต่ก็ต่างจากตัวจียอนตรงที่ชีวิตเราไม่เศร้าขนาดนี้” ตอนแสดงมีหลุดคาแรกเตอร์ฮาๆของตัวเราบ้างไหม? “ไม่มีหลุดค่ะ ปกติเรื่องอื่นพอผู้กำกับสั่งคัตแล้วเราก็เล่นฮา ๆ แต่เรื่องนี้สั่งคัตเรายังร้องไห้อยู่เลย

 

ซึ่งตั้งแต่ขึ้นรถก่อนไปกองถ่ายเราต้องทำสมาธิด้วย หรือเวลาพักกองจะไปเล่นกับคนอื่นก็ไม่ได้ เพราะต้องทำอารมณ์ให้ต่อเนื่องกับฉากต่อไปด้วยค่ะ การถ่ายมีปัญหาตรงที่เราเป็นคนที่ขี้มูกเยอะมาก ร้องไห้แล้วไม่สวย ตัวก็จะสั่นไปหมด คืออยากร้องไห้แล้วน้ำตาหยดสวย ๆ ไง (หัวเราะ) แต่นี่พอคัตแล้วน้ำมูกก็ยังไหลไม่หยุด แรก ๆ ทุกคนตกใจ บอกให้เราหายใจลึก ๆ ไว้นะ” เห็นผลงานของตัวเองที่ออกมาแล้วรู้สึกอย่างไร? “ตื่นเต้นค่ะ วันแรกที่ออกอากาศจียอนดูทางมือถือ รู้สึกว่าทำไมเราอ้วนขนาดนี้นะ (หัวเราะ) ตัวใหญ่มาก คือตอนนั้นก็อ้วนจริง ๆ ถามว่าพอใจหรือยังก็ยังไม่พอใจค่ะ ถ้ามีเวลามากกว่านี้หรือมีการถ่ายทำที่นานกว่านี้ก็น่าจะทำได้ดีกว่านี้ แต่ด้วยภายในคิวที่กำหนดก็เลยต้องกระชับให้ทันเวลาด้วย บางทีเราอยากขอเล่นใหม่แต่ก็เกรงใจทีมงาน เราเช็กกับผู้กำกับตลอดเวลาว่าพี่โอเคมั้ยคะ เขาก็บอกโอเคแล้ว แต่บางทีเราไม่แน่ใจว่าโอเคจริงหรือเปล่า เรื่องนี้เราตั้งใจมากเลย และเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับคลับฟรายเดย์เดอะซีรีส์ด้วย อยากเล่นมาตั้งนานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาส อาจเป็นเพราะเราเป็นเกาหลี พูดไทยยังไม่ค่อยชัด พอดีเรื่องนี้มีบทอาเซ ผู้ใหญ่เห็นว่าเหมาะกับจียอน จริง ๆ เราอยากเล่นเป็นคนไทยด้วยนะ (หัวเราะ) ซึ่งก็มีอีกเรื่องแนวคอมเมดี้เล่นเป็นคนไทย แต่จะพูดเพี้ยน ๆ หน่อย คือถ้าเป็นการแสดงเราชอบหมดเลย อยากมีประสบการณ์หลาย ๆ บทบาทที่ยังไม่เคยเล่น

 

 

เพิ่งได้เล่นดราม่าก็เลยตื่นเต้นมาก ทุกคนจะได้เห็นว่าจียอนก็เล่นบทแบบนี้ได้นะ” ใช้เวลาทำความเข้าใจกับบทที่เป็นภาษาไทยนานไหม? “อ่านบทภาษาไทยตั้งแต่เรื่อง “นัดกับนัด” แล้ว ตอนนั้นใช้เวลาทำความเข้าใจบท 4-5 ชั่วโมงค่ะ หลัง ๆ มาก็ดีขึ้น ถ้าไม่เข้าใจก็โน้ตไว้ไปถามที่กองว่าอันนี้คืออะไร ซึ่งเรื่องนี้เราก็ทำการบ้านมาแล้ว เล่นต่อหน้าผู้กำกับให้ดู ถ้าผู้กำกับสงสัยว่าทำไมเล่นแบบนี้ เราก็อธิบายว่าเพราะแบบนี้ ซึ่งถ้าเราเข้าใจบทผิด ก็ค่อย ๆ ปรับกันไปค่ะ ตีความบททั้งสองภาษาเลย ทั้งไทยและเกาหลี บางครั้งอาจจะมีการตีความที่ไม่เหมือนกันบ้างหรือด้วยสำนวนไทยที่เราอาจจะยังไม่เข้าใจก็ต้องให้ทีมงานอธิบาย บางทีอธิบายไปก็ไม่เข้าใจอยู่ดี (หัวเราะ) แต่เดี๋ยวนี้เข้าใจภาษาไทยมากขึ้นแล้ว” ทางครอบครัวที่เกาหลีได้ชมผลงานบ้างหรือเปล่า? “ได้ชมค่ะ จียอนจะส่งลิงก์ยูทูบให้ดู คุณพ่อฟังภาษาไทยได้บ้างนิดหน่อยพวกคำง่าย ๆ แต่เน้นดูภาพมากกว่า ประมาณว่าเห็นลูกทางทีวีก็ภูมิใจ (หัวเราะ) คือเราก็ไม่เคยทำงานที่เกาหลีด้วยเลยไม่รู้ว่าที่โน่นเป็นยังไง คิดว่าน่าจะเหมือนกันแหละ แต่ของเมืองไทยน่าจะสบายกว่า ดูไม่รีบร้อนเท่าเกาหลี ขอบคุณข้อมูลจาก : truststoreonline

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *