ศบค.เต้น! สั่งแจงสถานทูต หลังคณะทูต-ทหาร ติดโควิด คุมเข้มชายแดน

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. ตอบข้อซักถามกรณีมีข่าวนักธุรกิจชาวปากีสถาน บินมาลงสุวรรณภูมิแต่เอกสารไม่ครบ ศบค.จะดำเนินการอย่างไร ว่า

เช้าวันเดียวกันนี้ ศบค.ชุดเล็กประชุมหารือกัน พบว่า ในชุดของคนที่มาทั้งหมดจากปากีสถานเป็นนักธุรกิจ 27 คน และเข้ามาโดยมีเอกสารครบถ้วน พร้อมกับระบบรายงานระหว่างทางการไทย แต่เอกสารที่ส่งระหว่างหน่วยงานไทยด้วยกัน 19 คนมี แต่อีก 8 คนขาดหายไป

ซึ่งเป็นการประสานงานล่าช้าในกลุ่มนี้ 8 คน จึงทำให้เกิดกรณีดังกล่าวขึ้น ดังนั้น ในที่ประชุมหารือว่าเพื่อลดข้อต่อต่างๆ และเพื่อเชื่อมประสานกันให้ดีจะทำให้งานการข่าวหรือการเดินทางเข้ามาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ใช่เป็นการลักลอบหรือหลบหนี แต่อย่างใด

เป็นเพียงการประสานชุดข้อมูลไม่ทันการณ์ไม่ทันเวลา เกิดความล่าช้าซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็รับไปปรับปรุงแก้ไข จึงขอให้ประชาชนทุกคนเข้าใจ ซึ่งเขามีการตรวจโควิดฟรีมาก่อนนั่งเครื่องแล้วจึงพลาดไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีชาวต่างชาติหลบหนีเข้าเมืองผ่านทางช่องทางธรรมชาติ ศบค. มีมาตรการคุมเข้มอย่างไร และมีความเสี่ยงในการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่หรือไม่ โฆษก ศบค.กล่าวว่า ศบค.ชุดเล็กหาหรือเรื่องนี้กันมาหลายวัน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ ตม. และได้ทำงานมาตลอด จนมีรายงานตัวเลข 3,000 กว่าคนเกิดขึ้น และเมื่อตรวจพบก็ได้ผลักดันออกไป ซึ่งตัวเลข 2,000-4,000 คนนี้ เป็นตัวเลขสะสมมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม แต่อยู่ในพื้นที่จริงไม่มาก

กรณีอย่างนี้ถ้าพบผ่านเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ ก็จะผลักดันออกไปโดยการสนธิกำลังของตำรวจและทหาร พรมแดนทางบกชายแดนไทยกว้างไกลประมาณ 1,000 กว่ากิโลเมตร และแน่นอนว่าบางส่วนก็เป็นญาติกันที่เดินทางไปมาอยู่แล้ว

ซึ่งถ้าพบก็กักกันตัวและผลักดันออกไป แต่ถ้าเข้ามาอยู่ในเมืองตัวเลขหลักร้อยหรือหลักพันก็จะต้องถูกกักขังอยู่ที่ส่วนกลางโดยมีพื้นที่รองรับได้ และหลายรายมาอยู่นานแล้วไม่ใช่เพิ่งเข้ามา ซึ่ง กรมควบคุมโรคได้เข้าประสานเพื่อตรวจเชื้อ

รอทางกฎหมายเพื่อที่จะผลักดันออกนอกประเทศ ทั้งนี้ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กฝากทุกคนช่วยเป็นหูเป็นตาตามแนวชายแดนด้วย หากพบบุคคลไม่คุ้นหน้าก็ขอให้แจ้งทางการ เพื่อช่วยนำเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสม

เมื่อถามถึงกรณีเด็กหญิงอายุ 9 ปีจากแอฟริกาพร้อมครอบครัวคณะทูต ทำไมจึงสามารถเข้าพักที่คอนโดได้ และยังมีกรณีลูกเรือลงที่อู่ตะเภา แล้วเข้าพักโรงแรมที่จังหวัดระยอง ทำไมจึงทำได้ ศบค. ะมี การทบทวนมาตรการการกักตัว 14 วันอย่างไร โฆษก ศบค. กล่าวว่า

กรณีนี้เป็นกรณีศึกษาที่เกิดขึ้น เพราะเรากำหนดไว้ว่าให้เขาได้รับการกักกันในที่พำนักของบุคคลดังกล่าวภายใต้การควบคุมดูแลของหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งหมายความว่าสถานทูตเป็นต้นสังกัด และเราเชื่อใจกัน และเข้าใจว่าสถานทูตก็จะมีพื้นที่มีบริเวณที่เป็นอาณานิคมเป็นพื้นที่ของท่านเราก็ให้เกียรติ

แต่เมื่อมาเจอกรณีอย่างนี้พบว่าสถานที่เขาใช้พำนัก เป็นคอนโดจึงกลายเป็นประเด็นที่เราจะต้องกำชับกัน มีการขอให้ร่วมรับผิดชอบเป็นอย่างดี ซึ่งตรงนี้อาจจะมีมาตรการมากขึ้น ซึ่งทางพล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองประธานกรรมการในคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายบังคับใช้มาตรการในการป้องกัน และยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

มอบหมายให้ทางกระทรวงการต่างประเทศทำความเข้าใจกับสถานทูตต่างๆเพื่อขอความร่วมมือในการทำให้เกิดความเรียบร้อยมากขึ้นกว่านี้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นการเรียนรู้ไปด้วยกัน และต้องเข้าใจตรงกันว่า กัก 14วัน ในสถานที่กำหนดจริงๆ ไม่ต้องออกมา

ส่วนกรณีลูกเรือที่มาจากทางการทหารของประเทศแห่งหนึ่งที่เข้ามาก็เช่นกัน ทุกครั้งที่เข้ามาก็จะมีเอกสารประสานมาอย่างเป็นทางการ โดยบุคคลนี้เป็นผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจำซึ่งเป็นลูกเรือและเชื่อมโยงกับทางทหาร

ซึ่งวันนั้นเป็นวันเดียวกับที่ ผบ.ทบ.จากสหรัฐมา เราเห็นความเข้มข้นของเรา แต่มีความแตกต่างในสนามบินที่ลงในพื้นที่ข้อต่อ ในกิจการกิจกรรมต่างๆที่เราจะต้องเข้าไปกำกับติดตาม มีสิ่งที่จะต้องปฏิบัติให้ได้เสมอกันในทุกที่ จึงเป็นข้อเรียนรู้ของพวกเรา และคงไม่กล่าวโทษอะไรกับใคร เนื่องจากเขาเข้ามาโดยได้รับการอนุญาตทั้งหมด

ซึ่ง พล.อ.ณัฐพล สั่งการว่า หากต้องใช้สนามบินอื่นระบบก็ต้องตามไปด้วย โดยเฉพาะขณะนี้มีเที่ยวบินเข้ามามากขึ้น ก็จะต้องลงในรายละเอียด และถือเป็นข้อเรียนรู้ ตนเองในฐานะโฆษกศบค. ก็รู้สึกไม่สบายใจ แต่ชุดข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการประชุมย่อย ศบค. ก็จะถูกนำมาแจ้งให้ทุกคนทราบเพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลร่วมกันและตรงกัน

ขณะนี้ทีมสอบสวนโรคจะเข้าไปทุกที่ที่เขาสัมผัส ขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือ ไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิดพลาด ละเลย หรือตั้งใจในการกระทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง แต่เป็นจุดที่จะต้องเรียนรู้ร่วมกันเนื่องจากเป็นข้อต่อเล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นรายละเอียดปีกย่อย จึงทำให้มีหลากหลายมากมาย

ตอนนี้ยังไม่มีข้อเสียหายอะไรที่เป็นประเด็น แต่ถ้าเราสามารถควบคุมโรคได้ ปิดจุดอ่อนตรงนี้ได้ และนำไปสู่ข้อระเบียบปฏิบัติที่ละเอียดยิ่งขึ้นไป ข่าวดังกล่าวก็จะเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้ประชาชนทราบว่า มันใกล้ตัวเรามาก เพราะฉะนั้นการจะเกิดการติดเชื้อขึ้นมา ก็ไม่ได้เกินไปกว่าความคิดที่บอกว่า เดี๋ยวจะมีระลอกสอง มันเริ่มใกล้เข้ามาแล้ว ขอให้ทุกๆคนดูแลตัวเองอย่างดีเพื่อเราจะได้ปลอดโรคปลอดภัยไปนานๆ

โฆษกศบค. กล่าวว่า ในวันพฤหัสที่ 16 กรกฎาคมนี้ เดิมที่จะมีการแถลงข่าว ศบค. ต้องขอเลื่อนไปเป็น ศุกร์ 17 กรกฎาคม แทน เนื่องจากติดภารกิจลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ กับคณะนายกรัฐมนตรี เพื่อดูแลสุขอนามัยของโรงเรียนตชด.

แหล่งที่มา : ข่าวสด

About เจมส์ แอดมินเว็บ

View all posts by เจมส์ แอดมินเว็บ →

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *