รมต.บี ลุยแจ้งความ 5 มือโพสต์หมิ่น ช่วงม็อบ19กันยา ยันไม่เลือกปฏิบัติ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 ก.ย. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เดินทางเข้าแจ้งความผู้กระทำความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต่อกองบังคับการ ปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พร้อมกล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรก ที่ประเทศไทย ดำเนินการตามกฎหมายพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กับแพลตฟอร์มต่างประเทศอย่างจริงจัง ภายหลังได้มีคำสั่งศาลให้แพลตฟอร์มต่างประเทศปิดลิ้งค์หรือการใช้งานที่ผิดกฎหมาย ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ยื่นไปจำนวน 1,024 รายการ มีการปิดแล้ว แต่ยังไม่ครบทั้งหมด

นายพุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า และขณะนี้ เกินกว่ากฎหมายกำหนด ในเวลา 15 วัน จึงต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง คือ เฟซบุ๊ก 436 รายการ, ทวิตเตอร์ 64 รายการ และ อินสตาแกรม 1 รายการ ขณะที่วันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางกระทรวงฯ ได้ให้เจ้าหน้าที่ทีมกฎหมาย รวบรวมการกระทำผิดทางออนไลน์ชุดใหม่ อีก 3,097 รายการ

รมว.กระทรวงดีอีเอส ลุยแจ้งความเอาผิด มือโพสต์หมิ่น 5 ราย ช่วงชุมนุมกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม
รมว.กระทรวงดีอีเอส ลุยแจ้งความเอาผิด มือโพสต์หมิ่น 5 ราย ช่วงชุมนุมกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม

รมว.ดีอีเอส กล่าวอีกว่า ประกอบด้วย เฟซบุ๊ก 1,748 รายการ, ยูทูบ 607 รายการ, ทวิตเตอร์ 261 รายการ และเว็บอื่น ๆ 481 รายการ ซึ่งประกอบด้วย การหมิ่นสถาบัน, ลามก, การพนัน, ยาเสพติดและลิขสิทธิ์ มามอบให้ทางบก.ปอท. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายเอาผิดกับเจ้าของแพลตฟอร์ม ตั้งแต่บริษัทแม่ และส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป ซึ่งโทษทางกฎหมาย เป็นการปรับไม่เกิน 200,000 บาท และปรับวันละ 5,000 บาท

“นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งเรื่อง คือ จากการชุมนุมทางการเมืองเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.ที่ผ่านมา พบว่ามีการกระทำความผิดทางโซเชียลมีเดีย ที่พาดพิงหมิ่นสถาบันหลักของประเทศ ยุยง ปลุกปั่น ทำให้เกิดความเสียหายต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองตามพ.ร.บ.คอมพ์ พบมีผู้กระทำความผิด กว่า 1,000 รายการ แต่ในจำนวน 5 รายที่แจ้งความเอาผิดนั้น ซึ่ง 3 รายอยู่ในเฟซบุ๊ก อีก 2 รายเป็นทวิตเตอร์ โดย 3 รายนั้นถือเป็นแกนนำผู้ชุมนุม และเป็นคนนำข้อมูลที่ผิดกฎหมาย เข้าระบบคอมพิวเตอร์คนแรกเท่านั้น” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

นายพุทธิพงษ์ กล่าวยืนยันว่า กระทรวงฯ เคารพสิทธิของประชาชน และทำตามกฎหมาย ตามหลักกระบวนการยุติธรรม โดยไม่เลือกปฏิบัติ และไม่ได้ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ขอให้ประชาชนใช้โซเชียลมีเดีย อย่างเป็นประโยชน์และสร้างสรร เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่ทำให้เกิดความเสียหาย หากใครกระทำความผิด ก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายทันที

แหล่งที่มา : ข่าวสด

About เจมส์ แอดมินเว็บ

View all posts by เจมส์ แอดมินเว็บ →

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *