‘พูล้า’ เลือดเย็น! ปฏิเสธไปขอขมาศพยาย-หลาน เล่าละเอียดยิบทำไมต้องเชือดเด็ก 2 คน

จากคดีสะเทือนขวัญ นายพูล้า อายุ 25 ปี หนุ่มชาวลาว บุกฆ่าปาดคอ นางมะลิ อิ่มสวัสดิ์ 67 ปี และ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี ซึ่งเป็นยายหลานเสียชีวิตคาที่ ในขณะที่หลานอีกคนถูกปาดคอหลอดลมขาด บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่ย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ ก่อนที่ตำรวจจะจับกุมตัวนายพูล้า ที่บริเวณริมแม่น้ำโขง ชุมชนนาโป ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร พร้อมของกลางพระเลี่ยมทอง 1 องค์ ต่างหูทองคำ 1 คู่ และเงินสด 5,629 บาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 ก.ย. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ และ พ.ต.อ.สุทธิโรจน์ ไกรวชิรสิทธิ์ ผกก.สภ.พระประแดง ร่วมกันแถลงการจับกุมตัวนายพูล้า ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 738/2561 ลงวันที่ 16 ก.ย.61 ในข้อหา ชิงทรัพย์, ฆ่าผู้อื่น, พยายามฆ่าผู้อื่น, ทารุณกรรมสัตว์ และเป็นบุคคลต่างด้าวอาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า จากการสอบสวนนายพูล้า ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า ตั้งใจเข้ามาชิงทรัพย์ในบ้านหลังนี้เพราะอยู่ใกล้และรู้จักกัน ต้องการนำเงินไปซื้อยาเสพติด ก่อนก่อเหตุได้เสพยาเข้าไป ส่วนประวัติการก่อเหตุอาชญกรรมนั้นยังไม่พบ แต่พบว่ามีพฤติกรรมเคยเสพยา และลักทรัพย์ โดยผู้ต้องหายอมรับว่า เคยติดยา แต่เลิกไปหลายเดือนแล้ว เพิ่งกลับมาเสพใหม่ไม่นานมานี้

“หลังก่อเหตุก็หลบหนีโดยนั่งวินจยย.ไปลงที่หน้าห้างบิ๊กซี สาขาสุขสวัสดิ์ และเรียกรถแท็กซี่ไปหมอชิต เดินเลือกซื้อเสื้อผ้าและเปลี่ยน จากนั้นนั่งรถ บขส.จากหมอชิตไป จ.ยโสธร และได้นำสร้อยคอของกลางไปขายที่ร้านทองใน อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ก่อนจะขึ้นรถโดยสารประจำทางไปลงที่สถานีขนส่งมุกดาหาร มุ่งหน้าไปที่ริมโขงชุมชนนาโป ซึ่งได้ติดต่อให้เรือประมงหาปลาพาข้ามฝั่งไปยังประเทศลาว แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้มีการประชาสัมพันธ์แจ้งเหตุคดีนี้ไว้ จึงได้ร่วมกันติดตามจับกุมนายพูล้าพร้อมของกลางมาได้” พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าว

ด้าน พล.ต.ท.สุวัฒน์ เปิดเผยว่า กรณีที่ญาติของผู้เสียชีวิตต้องการให้ไปกราบขอขมาว่า ยังไม่ขอพูดถึงประเด็นนี้ ไม่ได้อยู่ในกระบวนการสอบสวน เจ้าหน้าที่คงตอบไม่ได้ ส่วนที่ผู้ต้องหาอ้างว่า มีการเสพสารเสพติด หากผลการตรวจร่างกายพบสารเสพติดก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายพูล้า มาจำลองเหตุการณ์ โดยนายพูล้า ได้รับสารภาพว่า ตนปีนรั้วบ้านผู้ตายเข้าไปแอบซ่อนอยู่ในห้องครัว ขณะซ่อนตัวอยู่ก็เห็นแมวป้วนเปี้ยน จึงได้ใช่มีดในครัวฆ่าแมว จากนั้นได้ปีนจากห้องครัวเข้าไปภายในบ้าน โดยปีนผ่านช่องลมเข้าไปแอบอยู่ในห้องน้ำ เป็นช่วงจังหวะที่นางมะลิ มาเข้าห้องน้ำเจอจึงได้มีการต่อสู้กัน ตนจึงได้ใช้มีดปาดคอนางมะลิ จนเสียชีวิตคาห้องน้ำ หลังจากนั้นตนได้เข้าไปในห้องเพื่อหยิบทรัพย์สิน

แต่จังหวะนั้นมี ด.ญ.บี และ ด.ญ.เอ นอนอยู่บนเตียง ด.ญ.บี ได้สะดุ้งตื่นขึ้นมา ตนจึงได้เข้าตรงกลางระหว่างเด็กทั้ง 2 คน แล้วบีบคอ ด.ญ.บี และข่มขู่ว่าห้ามร้อง ก่อนที่จะใช้มีดเล่มเดิมพยายามปาดคอ ด.ญ.บี แต่ไม่สำเร็จ และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ ด.ญ.เอ สะดุ้งตื่นขึ้นมา ตนจึงใช้มือทั้ง 2 ข้างบีบคอเด็กทั้ง 2 คน พร้อมกับข่มขู่ว่าห้ามร้องเสียงดัง ก่อนที่ตนจะเปลี่ยนมาปาดคอ ด.ญ.เอ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับ ด.ญ.บี หลบหนี ตนจึงพยามปาดคอ ด.ญ.เอ ให้เสียชีวิต ก่อนที่ตนจะรีบหยิบทรัพย์สินและหลบหนีไป

หลังจากจำลองเหตุการณ์เสร็จผู้สื่อข่าวพยายามซักถามนายพูล้า ถึงแรงจูงใจและอยากกล่าวอะไรกับทางครอบครัวผู้เสียชีวิตหรือไม่ นายพูล้าก้มหน้าไม่ได้ตอบคำถามใดๆ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมและจะนำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดสมุทรปราการฝากขังในช่วงเย็นนี้ โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง และผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนี ทั้งนี้ล่าสุดนายพูล้า ยืนยันกับตำรวจว่า จะไม่ไปขอขมาร่างผู้เสียชีวิต รวมถึงญาติด้วย เนื่องจากเกรงเรื่องความปลอดภัย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *