ผบ.ทบ.ลั่นอย่ายึดติดอดีต ปัจจุบันไม่มี คสช.แล้ว ย้ำกองทัพเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล

พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมงานวันสถาปนากองทัพน้อยที่ 1 ครบ 31 ปี กรณีตกเป็นเป้าทางการเมืองและถูกปล่อยข่าวลวงว่า ก็ได้ปฏิเสธไปแล้ว ทั้งนี้ เมื่อถามว่าไม่มีกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของกองทัพบกจะดูแลความมั่นคงอย่างไร ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า ขอให้รอก่อน ขณะนี้กำลังกำลังเขียนวิทยานิพนธ์ ซึ่งเป็นบทความเรื่องของสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้น รวมทั้งที่ผ่านมาในอดีต โดยความเชื่อมโยงอะไรต่างๆ ก็พยายามเรียบเรียงเขียนอยู่ 2 สัปดาห์แล้ว ทั้งเรื่องความมั่นคง สถานการณ์ และโซเชียลด้วย ซึ่งจะให้มีการเผยแพร่ แต่ขณะนี้กำลังเรียบเรียงอยู่

นอกจากนี้ ที่หลายคนกังวลว่างานที่ คสช.เคยจัดระเบียบจะกลับไปเหมือนเดิม ทหารจะเข้าไปดูอย่างไรนั้น ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง.ผอ.รมน.) ขออย่าอยู่กับอดีต เพราะวันนี้ไม่มี คสช.แล้ว แต่หลายคนพยายามจะพูดโยง พร้อมยืนยันว่า หากตนเองจะให้สัมภาษณ์จะพูดกับสื่อมวลชนเป็นส่วนใหญ่ ไม่เคยไปแอบพูดที่ไหน และไม่ได้ใช้โซเชียล แต่ก็ยังถูกโซเชียลทำให้มีผลกระทบ พร้อมระบุว่า “ที่เขาพูดกันว่าคำพูดเป็นนายของตัวเอง” เมื่อพูดออกมาแล้วก็ต้องรับผิดชอบแต่ตนเองไม่ได้พูด ซึ่งประชาชนและสื่อมวลชนก็รู้ เราต้องอยู่กับปัจจุบัน แล้วทำปัจจุบันให้มันดีที่สุด เพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้กับประเทศชาติบ้านเมือง และต้องแบ่งแยกว่าขณะนี้กองทัพก็กลับมาอยู่ในระบบการทำงานของกองทัพแล้ว และคสช.ก็ไม่มีบทบาทหน้าที่ ตนเองไม่ใช่เลขาธิการ คสช. ทุกอย่างเป็นอดีต เพราะฉะนั้นการพูดการจาอะไรก็ตาม ที่พูดแล้วพยายามอ้างอิงเรื่องเดิมๆ เรื่องเก่า และเรื่องมันผ่านไปแล้ว ทุกคนก็จะจมอยู่แต่ในอดีต

ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงเรื่องภัยแล้งว่า เป็นเรื่องสำคัญมาก โดยนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญมากเพราะปีนี้ถือว่าวิกฤติ โดยในส่วนของทหารได้มีการเตรียมความพร้อมในการระดมเครื่องมือและกำลังพล และรัฐบาลเองก็หารือกับหน่วยงานราชการทุกหน่วยงานเพื่อดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ แต่การช่วยเหลือเป็นเรื่องธรรมดาที่อาจจะไม่ครอบคลุม ไม่ถูกใจคนทั้งหมด ดังนั้นจึงขอให้ทุกคนคิดว่าเป็นความเดือดร้อนของประชาชนในภาพรวม อย่าหยิบประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับความเดือดร้อนไปซ้ำเติม
ทั้งนี้ การบูรณาการการช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้ มันไม่ใช่เป็นเรื่องของรัฐบาลเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของทุกคน ไม่ว่าฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ก็ต้องช่วยกัน พร้อมย้ำว่าอย่าหยิบประเด็นมาทำให้เกิดความแตกแยกอีก ทั้งโครงการจิตอาสาพระราชทานในส่วนนี้ก็ออกมาช่วยทั้งหมด ทุกฝ่ายคิดแบบบูรณาการและร่วมกันในการแก้ปัญหาให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้ ก็ขอให้สบายใจได้อย่าหยิบมาเป็นประเด็น

พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวอีกด้วยว่า กองทัพเป็นเพียงองค์กรหรือเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล โดยความผูกพันในแง่ของสายการบังคับบัญชา กองทัพต้องฟังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องเชื่อฟังอยู่แล้ว

ทั้งนี้ เรื่องเดิมๆ ผ่านไปหมดแล้ว ทุกอย่างเป็นอดีตหมด ปัจจุบันเรามีรัฐบาลที่มีการเลือกตั้ง มีการจัดตั้ง ครม. และที่สำคัญตนเองรู้สึกดีใจที่หลายๆ ประเทศโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ส่งหนังสือแสดงความยินดีมาถึงประเทศไทย รวมไปถึงญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ ที่ส่งหนังสือมาแสดงความยินดีหลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นข้อสังเกตว่าการตอบรับจากนานาอารยประเทศ ที่เป็นเหมือนต้นแบบของประชาธิปไตย แต่สิ่งหนึ่งที่อยากฝากเอาไว้คือว่าประเทศเราก็มีประชาธิปไตยแบบมีจารีตประเพณีวัฒนธรรมของเรา ทั่วประเทศของเขาก็มีของเขาหมด เพราะฉะนั้นการออกแบบระบอบประชาธิปไตยเราก็ไม่ได้มีการออกแบบไว้แล้ว และเชื่อว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ กฎหมายสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยแต่สิ่งที่เปลี่ยนยากก็คือ จิตใจของคน

พร้อมยืนยันว่า การปรับเปลี่ยน ครม.ชุดใหม่ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีผลกระทบต่อการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ที่ยังคงดำเนินไปตามปกติ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *