ตร.ชี้ พ่อป.3 จ้างข่มขืน ป.1 รอผลตรวจยืนยัน

ตร.ชี้ พ่อป.3 จ้างข่มขืน ป.1 ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล รอผลตรวจยืนยันก่อนสรุป

กรณีเฟซบุ๊ก เตชะ ทับทอง โพสต์เรื่องราวของเด็กหญิงวัย 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ว่าถูกเด็กชายวัย 7 ขวบ 2 คน และเด็กชายวัย 10 ขวบ 1 คน รุมทำอนาจารแล้วมีการว่าจ้างให้เด็ก ป.5 กดหัวมุดน้ำเพื่อหวังฆ่าปิดปาก จากการตรวจสอบพบว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา บริเวณแอ่งน้ำในสระน้ำสาธารณะกลางหมู่บ้าน บ้านนราใหญ่ ต.สองชั้น อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น อ่านข่าว ยายหัวใจสลาย! เล่านาที ป.3 จ้างป.5 รุมข่มขืนหลาน ป.1 จับกดน้ำปิดปาก ค่าจ้าง 35 บ.

 

 

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. และโฆษกตร. โพสต์เฟซบุ๊ก ดร.วิระชัย ทรงเมตตา ระบุว่า กรณีที่มีข่าวเด็กชาย ป.3 จ้างเด็ก ป.5 ข่มขืนเด็กหญิง ป.1 และพยายามจับเด็กหญิงกดน้ำเพื่อฆ่าปิดปาก ต่อมาแม่และยายของเด็กได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงรับแจ้งไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น เนื่องจากพ่อของเด็กชาย ป.3 เป็นผู้มีอิทธิพลและพยายามข่มขู่ครอบครัวเด็กหญิงให้ยอมความ โดยตกลงจะจ่ายค่าทำขวัญเป็นเงินจำนวน 10,000 บาท ซึ่งยายของเด็กหญิงได้รับเงินไปแล้วจำนวน 2,000 บาท นั้นพ.ต.ท.ปองพล เอี่ยมวิจารณ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นจากการสอบถามไปยังพนักงานสอบสวนผู้รับคดี และผู้ใหญ่บ้านพบว่าเรื่องดังกล่าวที่ถูกแชร์ต่อและเป็นที่วิพากย์วิจารณ์กันอยู่นั้น ยังมีความคลาดเคลื่อนอยู่หลายประเด็น จึงขออนุญาตใช้พื้นที่ของท่าน พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเบื้องต้นดังนี้ครับ

 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 พ.ค. 61 ยายของเด็กหญิงเป็นผู้มาพบเหตุการณ์ขณะเด็กหญิงกำลังถูกกดน้ำต่อมา วันจันทร์ที่ 21 พ.ค. 2561 ยายของเด็กได้พาเด็กหญิงไปพบผู้ใหญ่บ้านและให้เรียกผู้ปกครองของเด็กชายทั้ง 2 มาเจรจาเมื่อทั้งสามฝ่าย (ยายของเด็กหญิง, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ปกครองของเด็กชายทั้ง 2 คน) มาพร้อมหน้ากัน ยายของเด็กหญิงได้ต่อว่าผู้ปกครองฝ่ายชายว่า อยากให้ดูแลลูกให้ดี และอย่าเล่นอะไรแบบนี้อีก แต่ไม่ได้ติดใจเอาความแต่อย่างใด ทางผู้ใหญ่บ้านจึงพูดจาให้ฝ่ายเด็กชายทั้ง 2 คน ดูแลค่ารักษาพยาบาลและค่าทำขวัญให้ฝ่ายเด็กหญิงด้วย ซึ่งทางผู้ปกครองของเด็กชาย ก็ยินยอมจ่ายเงินค่าเดินทางพาเด็กหญิงไปตรวจรักษาตัวที่โรงพยาบาล เบื้องต้น เป็นเงิน 2,000 บาทก่อน และจะจ่ายค่าทำขวัญให้อีก 10,000 บาท ยายของเด็กหญิงจึงรับเงินดังกล่าวไป

กระทั่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 พ.ค.61 แม่ของเด็กหญิงทราบเรื่อง จึงนำตัวเด็กหญิงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งพนักงานสอบสวนมิได้เพิกเฉยอย่สงที่เป็นข่าวแต่อย่างใด โดยได้รับแจ้งความไว้ในทันที ในข้อหาร่วมกันกระทำอนาจาร และร่วมกันพยายามกระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี และได้มีหนังสือส่งตัวเด็กหญิงไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลกระสัง ซึ่งต่อมาโรงพยาบาลกระสังได้ส่งตัวเด็กหญิงไปตรวจที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์อีกต่อหนึ่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจอย่างละเอียดอย่างเป็นทางการ

กรณีที่มีการโจษจันว่าพ่อของเด็กชายคนหนึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลนั้น แท้จริงแล้วมิใช่ผู้มีอิทธิพลแต่อย่างใด โดยบิดาของเด็กชาย ป.3 นั้นเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ซึ่งปู่เคยเป็นอดีต สท. เมื่อนานมาแล้ว และไม่ได้มีบทบาททางสังคมในปัจจุบันแต่อย่างใด

ในกรณีนี้ยายของเด็กหญิงซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ มองว่าเป็นการเล่นกันที่รุนแรงเกินไป แต่แม่ของเด็กหญิงมองว่าเป็นการพยายามฆ่าปิดปาก ทั้งนี้จึงต้องรอผลการสอบสวนจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและผลการตรวจร่างกายอย่างละเอียดจากแพทย์เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนต่อไป

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้แสดงความห่วงใยต่อเด็กหญิงที่ถูกกระทำ และขอเรียนว่า ในขณะนี้ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติรับทราบเหตุดังกล่าว และได้กำชับให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีร่วมกับสหวิชาชีพด้วยความรอบคอบ โดยให้คำนึงถึงสภาพจิตใจของเด็กทั้งสองฝ่ายเป็นสำคัญ และให้รายงานความคืบหน้าของคดีให้ทราบทุกระยะ จึงขอให้มั่นใจว่าจะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาและจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และขอวิงวอนพี่น้องประชาชนหยุดแชร์หรือวิพากย์วิจารณ์กรณีนี้ก่อน เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็ก อีกทั้งคดีนี้ยังขาดความชัดเจนว่าเหตุการณ์แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร จนกว่าจะได้รับผลยืนยันการสอบสวนและผลการตรวจร่างกายจากแพทย์ที่ชัดเจนแล้ว และหากมีความคืบหน้าอย่างไรจ ตร.ชี้ พ่อป.3 จ้างข่มขืน ป.1 ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล รอผลตรวจยืนยันก่อนสรุป

กรณีเฟซบุ๊ก เตชะ ทับทอง โพสต์เรื่องราวของเด็กหญิงวัย 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ว่าถูกเด็กชายวัย 7 ขวบ 2 คน และเด็กชายวัย 10 ขวบ 1 คน รุมทำอนาจารแล้วมีการว่าจ้างให้เด็ก ป.5 กดหัวมุดน้ำเพื่อหวังฆ่าปิดปาก จากการตรวจสอบพบว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา บริเวณแอ่งน้ำในสระน้ำสาธารณะกลางหมู่บ้าน บ้านนราใหญ่ ต.สองชั้น อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น อ่านข่าว ยายหัวใจสลาย! เล่านาที ป.3 จ้างป.5 รุมข่มขืนหลาน ป.1 จับกดน้ำปิดปาก ค่าจ้าง 35 บ.

 

 

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. และโฆษกตร. โพสต์เฟซบุ๊ก ดร.วิระชัย ทรงเมตตา ระบุว่า กรณีที่มีข่าวเด็กชาย ป.3 จ้างเด็ก ป.5 ข่มขืนเด็กหญิง ป.1 และพยายามจับเด็กหญิงกดน้ำเพื่อฆ่าปิดปาก ต่อมาแม่และยายของเด็กได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงรับแจ้งไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น เนื่องจากพ่อของเด็กชาย ป.3 เป็นผู้มีอิทธิพลและพยายามข่มขู่ครอบครัวเด็กหญิงให้ยอมความ โดยตกลงจะจ่ายค่าทำขวัญเป็นเงินจำนวน 10,000 บาท ซึ่งยายของเด็กหญิงได้รับเงินไปแล้วจำนวน 2,000 บาท นั้นพ.ต.ท.ปองพล เอี่ยมวิจารณ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นจากการสอบถามไปยังพนักงานสอบสวนผู้รับคดี และผู้ใหญ่บ้านพบว่าเรื่องดังกล่าวที่ถูกแชร์ต่อและเป็นที่วิพากย์วิจารณ์กันอยู่นั้น ยังมีความคลาดเคลื่อนอยู่หลายประเด็น จึงขออนุญาตใช้พื้นที่ของท่าน พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเบื้องต้นดังนี้ครับ

 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 พ.ค. 61 ยายของเด็กหญิงเป็นผู้มาพบเหตุการณ์ขณะเด็กหญิงกำลังถูกกดน้ำต่อมา วันจันทร์ที่ 21 พ.ค. 2561 ยายของเด็กได้พาเด็กหญิงไปพบผู้ใหญ่บ้านและให้เรียกผู้ปกครองของเด็กชายทั้ง 2 มาเจรจาเมื่อทั้งสามฝ่าย (ยายของเด็กหญิง, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ปกครองของเด็กชายทั้ง 2 คน) มาพร้อมหน้ากัน ยายของเด็กหญิงได้ต่อว่าผู้ปกครองฝ่ายชายว่า อยากให้ดูแลลูกให้ดี และอย่าเล่นอะไรแบบนี้อีก แต่ไม่ได้ติดใจเอาความแต่อย่างใด ทางผู้ใหญ่บ้านจึงพูดจาให้ฝ่ายเด็กชายทั้ง 2 คน ดูแลค่ารักษาพยาบาลและค่าทำขวัญให้ฝ่ายเด็กหญิงด้วย ซึ่งทางผู้ปกครองของเด็กชาย ก็ยินยอมจ่ายเงินค่าเดินทางพาเด็กหญิงไปตรวจรักษาตัวที่โรงพยาบาล เบื้องต้น เป็นเงิน 2,000 บาทก่อน และจะจ่ายค่าทำขวัญให้อีก 10,000 บาท ยายของเด็กหญิงจึงรับเงินดังกล่าวไป

กระทั่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 พ.ค.61 แม่ของเด็กหญิงทราบเรื่อง จึงนำตัวเด็กหญิงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งพนักงานสอบสวนมิได้เพิกเฉยอย่สงที่เป็นข่าวแต่อย่างใด โดยได้รับแจ้งความไว้ในทันที ในข้อหาร่วมกันกระทำอนาจาร และร่วมกันพยายามกระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี และได้มีหนังสือส่งตัวเด็กหญิงไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลกระสัง ซึ่งต่อมาโรงพยาบาลกระสังได้ส่งตัวเด็กหญิงไปตรวจที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์อีกต่อหนึ่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจอย่างละเอียดอย่างเป็นทางการ

กรณีที่มีการโจษจันว่าพ่อของเด็กชายคนหนึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลนั้น แท้จริงแล้วมิใช่ผู้มีอิทธิพลแต่อย่างใด โดยบิดาของเด็กชาย ป.3 นั้นเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ซึ่งปู่เคยเป็นอดีต สท. เมื่อนานมาแล้ว และไม่ได้มีบทบาททางสังคมในปัจจุบันแต่อย่างใด

ในกรณีนี้ยายของเด็กหญิงซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ มองว่าเป็นการเล่นกันที่รุนแรงเกินไป แต่แม่ของเด็กหญิงมองว่าเป็นการพยายามฆ่าปิดปาก ทั้งนี้จึงต้องรอผลการสอบสวนจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและผลการตรวจร่างกายอย่างละเอียดจากแพทย์เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนต่อไป

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้แสดงความห่วงใยต่อเด็กหญิงที่ถูกกระทำ และขอเรียนว่า ในขณะนี้ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติรับทราบเหตุดังกล่าว และได้กำชับให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีร่วมกับสหวิชาชีพด้วยความรอบคอบ โดยให้คำนึงถึงสภาพจิตใจของเด็กทั้งสองฝ่ายเป็นสำคัญ และให้รายงานความคืบหน้าของคดีให้ทราบทุกระยะ จึงขอให้มั่นใจว่าจะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาและจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และขอวิงวอนพี่น้องประชาชนหยุดแชร์หรือวิพากย์วิจารณ์กรณีนี้ก่อน เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็ก อีกทั้งคดีนี้ยังขาดความชัดเจนว่าเหตุการณ์แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร จนกว่าจะได้รับผลยืนยันการสอบสวนและผลการตรวจร่างกายจากแพทย์ที่ชัดเจนแล้ว และหากมีความคืบหน้าอย่างไร ะนำเสนอให้ทุกท่านได้รับทราบต่อไปครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *