ชาวเน็ตแห่แบนช่องดัง ซัดรายงานข่าวผู้ชุมนุมบิดเบือนลำดับเหตุ-ข้อเท็จจริง

มื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 ในทวิตเตอร์เกิดกระแส “แบนช่องวัน” โดยขึ้นเทรนด์ไปถึงอันดับ 1 กระแสดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจาก ผู้ชุมนุมสังเกตว่า สำนักข่าวช่องวัน มีการรายงานข่าวที่คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง หลังจากนั้น คลิปการรายงานข่าวดังกล่าวของช่องวันก็ถูกแชร์ไปวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายในโซเชียลมีเดีย ทั้งนี้ชาวเน็ตกำลังรวบรวมรายชื่อสปอนเซอร์ของช่องวันเพื่อทำการแบนสินค้าจากสปอนเซอร์ดังกล่าว

โดยคลิปดังกล่าว เป็นการถ่ายทอดสดของช่องวัน ในช่วงเวลา 20.00 นาฬิกา ของวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 (สามารถรับชมการรายข่าวย้อนหลังได้จากเว็บไซต์ยูทูบ ในช่วงนาทีที่ 1.11 นาที เป็นต้นไป) โดยผู้สื่อข่าว คือ นางสาว ณิชา อภิรักขวนานนท์

รายงานข่าวดังกล่าว มีใจความว่า เกิดเหตุความวุ่นวายขึ้น โดยผู้ชุมนุมขยับรถเมล์และแนวรั้ว มีการพังแนวรั้วเหล็กและรั้วลวดหนาม ความวุ่นวายเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 18.30 นาฬิกา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่า มวลชนพยายามขยับรถเมล์พังแนวรั้วเหล็กและรั้วลวดหนาม ซึ่งการกระทำดังกล่าวนั้นผิด พ.ร.บ.การชุมนุม ทำให้ตำรวจตัดสินใจฉีดน้ำสกัดมวลชน

จนผู้ชุมนุมลุกฮือเข้าไปประชิดแนวรั้ว และต่อมาตำรวจประกาศขอโทษ และเปิดพื้นที่เพื่อเจรจา โดยมีการ์ด 2 คน เข้าไปเจรจา นานกว่าครึ่งชั่วโมง โดยผู้ชุมนุมมีการเตรียมพร้อมรับมือการสลายการชุมนุมด้วยการตั้งกำแพงมนุษย์ และ สวมชุดอุปกรณ์ป้องกันตัวอย่างแน่นหนา

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ จำนวนมากได้เปิดเผยว่า ช่วงเวลาที่ การ์ดที่เข้าไปเจรจานั้น “เกิดขึ้นก่อน” เหตุการณ์การใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดใส่ผู้ชุมนุมและสื่อมวลชนเสียอีก ทำให้การ์ดเข้าไปเจรจา ทั้งที่ไม่ทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการฉีดน้ำ ซึ่งเพียงไม่ถึง 20 นาที เหตุการณ์การใช้รถฉีดน้ำก็เกิดขึ้น

ผู้ชุมนุมในเหตุการณ์วิพากษ์วิจารณ์ว่าลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถูกรายงานอย่างคลาดเคลื่อนข้อเท็จจริง และสำนักข่าวช่องวันได้เริ่มทำการถ่ายทอดสดรายงานข่าวช้ากว่าช่องอื่น ๆ ทั้งยังมีจังหวะการรายงานที่ติดขัดเป็นบางช่วง ซึ่งคล้ายการตัดต่อ ทั้งๆ ที่ช่วงเวลาดังกล่าว ได้ผ่านช่วงที่เกิดเหตุความวุ่นวายไปแล้ว การรายงานข่าวควรจะเป็นไปโดยไม่ติดขัด

การเลื่อนรถเมล์ของกลุ่มผู้ชุมนุม / ข่าวสด

ผู้สื่อข่าว (ข่าวสด) รายงานว่า เมื่อเวลา 18.20 น. ผู้ชุมนุมได้ดันรถเมล์ที่ขวางออกจากเส้นทาง ก่อนเจอแนวลวดหนามและรถตู้ของตำรวจอีกชั้น รวมถึงเผชิญหน้ากับรถฉีดน้ำแรงดันสูงที่ตำรวจเคยใช้ในวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมาด้วย โดยตำรวจยังประกาศอย่างต่อเนื่องห้ามเข้ามาพื้นที่นี้โดยเด็ดขาด พร้อมให้ส่งตัวแทนมาพูดคุยเจรจากัน

ต่อมาเวลา 18.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุม ก่อนผู้ชุมนุมจะเข้าไปดันรถเมล์และดึงลวดหนามออก โดยสถานการณ์ตึงเครียดมาก ก่อนผู้ชุมนุมจะฮือเข้าไปในสนามหลวง ทำให้การ์ดต้องเข้ามาห้ามปราม

จากนั้นเวลา 18.45 น. ตำรวจได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ในนามนครบาล การฉีดน้ำเมื่อสักครู่เป็นความผิดพลาด และจะไม่ฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมแล้ว พร้อมขอให้เปิดพื้นที่เจรจากับผู้ชุมนุม

ทั้งนี้ ชาวทวิตเตอร์ ได้ต้องข้อสังเกต ว่า ผู้ชุมนุมไม่สามารถบุกเข้าไปพังทำลายรั้วเหล็กและรั้วลวดหนามได้ ผู้ชุมนุมทำได้เพียงช่วยกันเลื่อนรถเมล์ รื้อแนวกั้นเพื่อเปิดทาง และ การ์ดผู้ชุมนุมได้พยายามป้องกันรั้วลวดหนามไว้ด้วยการจับผ่านถุงมือ แต่การพังรั้วเหล็กและรั้วลวดหนามนั้น ถือว่าเป็นไปไม่ได้เลย เนื่องจากผู้ชุมนุมไม่มีทั้งอุปกรณ์และทักษะในการรับมือกับสิ่งกีดขวางที่อันตรายระดับนั้นได้

ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมก็ไม่ได้มีชุดอุปกรณ์ป้องกันตัวที่แน่นหนาตามที่สำนักข่าวได้รายงานไป โดยข้อเท็จจริงคือ ผู้ชุมนุมส่วนมาก มีอุปกรณ์ป้องกันเพียงชุดกันฝนและร่มเท่านั้น

ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับช่วงเวลาดังกล่าว
ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ให้ข้อมูลลำดับเหตุการณ์ดังกล่าว
ผู้ใช้ทวิตเตอร์ให้ความเห็นถึงจังหวะที่ติดขัดว่าอาจเป็นการตัดต่อ
ผู้ใช้ทวิตเตอร์ วิพากษ์วิจารณ์สื่อภาพที่นำเสนอไม่ตรงกับการรายงานข่าว
ผู้ใช้ทวิตเตอร์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ชุมนุมว่า ผู้ชุมนุมไม่ได้แต่งกายป้องกันตัวอย่างแน่นหนาเลย หากเทียบกับการแต่งกายป้องกันตัวอย่างแน่นหนาของตำรวจ
ผู้ใช้ทวิตเตอร์แสดงความเห็น
การรื้อรั้วลวดหนามโดยการ์ดผู้ชุมนุมเพื่อเปิดทางให้ผู้ชุมนุม / ข่าวสด

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้สร้างความไม่พอใจแก่ ผู้ชุมนุมและชาวเน็ตในโซเชียลมีเดีย เนื่องจากการรายงานข่าวในลักษณะดังกล่าวอาจเข้าข่ายบิดเบือนข้อเท็จจริง และ ผิดจรรยาบรรณสื่อ มีการเรียกร้องให้สื่อออกมาแสดงความรับผิดชอบ

หลังจากนั้นในโซเชียลมีเดียจึงเริ่มรณรงค์การแบนสปอนเซอร์ช่องวัน ซึ่งก่อนหน้านี้ ชาวเน็ตเคยแบนสปอนเซอร์ของช่อง 3 และ ช่องเนชั่น มาก่อนแล้ว

นอกจากนี้ยังมีชาวเน็ตจำนวนหนึ่งเข้ามาต่อว่า ว่าการแบนเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะถือเป็นการทำลายชีวิตผู้อื่น แต่ชาวเน็ตจำนวนมากให้ความเห็นว่า การแบนสปอนเซอร์สามารถกระทำได้อย่างไม่ผิดกฎหมาย เนื่องจากถือเป็นสิทธิ์ของผู้บริโภค ผู้ที่ต้องการสนับสนุนช่องดังกล่าว ก็มีสิทธิ์จะอุดหนุนสินค้าของช่องดังกล่าวต่อไป

แหล่งที่มา : ข่าวสด

About เจมส์ แอดมินเว็บ

View all posts by เจมส์ แอดมินเว็บ →

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *