จับบิ๊กเทศบาลปล้นแบงก์ กวาดครึ่งล้านไปใช้หนี้

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.พ. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร.(ปป) พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รองผบช.ภ.2 พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร รองผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พ.อ.จักรพงษ์ พันธุ์มงคล ผบ.ร.112 และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหากระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม โดยมีและใช้อาวุธปืน และพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรและไม่ได้รับอนุญาต”

 

 

จากกรณีตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.บางปะกง ร่วมกับกก.สส.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา และกก.สส.ภ.2 จับกุมผู้ต้องหา คือนายรุ่งโรจน์ หรือเก่ง บุญประกอบ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/5 ม.1 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ทำงานตำแหน่งผอ.กองสาธารณสุข เทศบาลต.บางสมัคร ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดฉะเชิงเทราที่จ.44/2561 ลง 2 กุมภาพันธ์ 2561 พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน 1 กฌ 835 ฉะเชิงเทรา 1 คัน อาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติพร้อมซองกระสุน ขนาด 9 มม. 1 กระบอก หมวกกันน็อก 1 ใบ ถุงมือสีดำ 1 คู่ เสื้อเชิ้ตสีดำ 1 ตัว กางเกงยีนต์ขายาวสีน้ำเงินเข้ม 1 ตัว หมวกไหมพรมคลุมหน้า (โม่ง) 1 ใบ

 

 

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2561 เวลาประมาณ 15.30 น. มีเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ ภายในธนาคารกรุงไทย สาขาโลตัสบางวัว ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดไป 590,000 บาท จากนั้นได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ตามที่ปรากฏเป็นภาพข่าวตามสื่อต่างๆ ไปแล้วนั้น

หลังเกิดเหตุได้มีการสั่งการให้ผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับ ลงพื้นที่กำกับและเร่งรัดสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับ เนื่องจากคนร้ายก่อเหตุอย่างอุกอาจ ในสถานที่ซึ่งมีประชาชนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก

 

จากการสืบสวนสอบสวนนายรุ่งโรจน์ฯ ให้การรับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยลงมือเพียงคนเดียว หลังก่อเหตุได้ใช้รถจักรยานยนต์ซึ่งดัดแปลงเอาสติ๊กเกอร์มาปิดบังสีแดงของตัวถังรถไว้ ขับหลบหนีเข้าบ้านพัก เมื่อถึงได้ลอกสติ๊กเกอร์ออกเพื่อให้รถกลับสู่สภาพเดิม จากนั้นได้นำอาวุธปืน หมวกกันน็อก และเครื่องแต่งกาย ที่ใส่ก่อเหตุ ไปซุกซ่อนไว้ภายในบ้านพัก และใช้ชีวิตตามปกติ จนกระทั่งถูกจับกุมในเวลาต่อมา ส่วนเงิน 5 แสนบาทเศษที่ชิงทรัพย์ได้ไปนั้น ได้นำไปใช้หนี้สินจนหมด หลังเกิดเหตุยังทำทีเป็นพลเมืองดีช่วยเจ้าหน้าที่ในการให้ข้อมูลและนำตรวจตามจุดต่างๆ แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมได้ในที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *