จับตาวันนี้ “หวย 30 ล้าน” ระอุอีกครั้ง “ครูปรีชา-จรูญ” เจอนัดแรกที่ศาล

ศาลกาญจนบุรีนัดสืบพยานครั้งแรกในวันนี้ คดีหวย 30 ล้าน จะกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง “ครูปรีชา” มั่นใจ “หมวดจรูญ” ไร้กังวล นัดแรกที่จะชี้ชะตาคดี

วันนี้ (4 มิ.ย.) คดีหวย 30 ล้านสุดอลเวงของสังคม ระหว่าง ครูปรีชา ใคร่ครวญ และ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล น่าจะกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง เนื่องจากศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้นัดสืบพยานครั้งแรกในวันนี้ ที่จะเป็นการเผชิญหน้าและเป็นตัวกำหนดทิศทางต่างๆ ของรูปคดีในอนาคต

ขณะที่เมื่อวานนี้ (3 มิ.ย.) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ทนายความฝ่ายร.ต.ท.จรูญ ได้โพสต์รูปภาพบรรยากาศการทำบุญ พร้อมมีการระบุข้อความว่า เป็นการเอาฤกษ์เอาชัยก่อนไต่สวนคดี

เช่นเดียวกับ นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความฝ่ายครูปรีชา ก็ได้โพสต์คลิปร้องเพลงคาราโอเกะแบบผ่อนคลายอยู่กับลูกความ แสดงความมั่นใจต่อหลักฐานต่างๆ ที่จะนำไปสู้คดีในชั้นศาล และเผยให้เห็นว่า ครูปรีชา ยังสดใสร่าเริงไม่ได้เครียดกับการขึ้นศาลครั้งนี้แต่อย่างใด

ขณะที่ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ ได้อธิบายถึงคดีหวย 30 ล้าน ที่ศาลจังหวัดได้นัดสืบพยานครั้งแรกในวันนี้ โดยเชื่อว่าครูปรีชาต้องขึ้นเบิกความด้วยตัวเอง โดยยืนยันว่าถูกรางวัลที่ 1 และมีการทำสลากหาย โดยมี ร.ต.ท.จรูญ ยักยอกไป

ซึ่งทนายษิทรามีหน้าที่ซักค้านพยานฝ่ายครูปรีชา โดยการนำหลักฐานเข้าไปซักค้าน เพราะ ร.ต.ท.จรูญ ยังไม่เป็นจำเลย ไม่สามารถนำพยานฝ่ายตัวเองมาสืบได้ หากครูปรีชาไม่ยอมรับเอกสารหลักฐานก็จะตกไป ซึ่งคลิปเสียงก็มีน้ำหนักในการทำลายความน่าเชื่อถือผู้ที่มีเสียงในคลิป โดยหากไม่ยอมรับก็เป็นหน้าที่ของทนายษิทราที่ต้องทำให้ศาลเชื่อให้ได้

ขณะที่คลิปเสียงดังกล่าวมีสาระสำคัญ 2 เรื่อง คือพูดถึงพนักงานสอบสวนจะพิมพ์คำให้การพยานซึ่งเป็นความลับในสำนวน ถ้าเปิดเผยออกมาจะผิดวินัยถูกให้ออกจากราชการและดำเนินคดีในมาตรา 157

ส่วนเสียงที่คล้ายครูปรีชา ถ้าสมมติว่าเป็นเสียงครูปรีชาจริง ก็จะถูกดำเนินคดีฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ส่วนอีกประเด็นเรื่องจ่ายเงินผู้อำนวยการกองสลาก 5,000 บาท ซึ่งต้องสืบให้ได้ว่ามีการรับเงินจริงหรือไม่ หากจริงคนรับเงินก็ผิดฐานรับสินบน คนให้เงินก็ผิดฐานให้สินบน

ทั้งนี้ การร้องละเมิดอำนาจศาลเกี่ยวกับผู้ที่เผยแพร่คลิปตอนนี้มีอยู่ 2 สำนวน สำนวนแรกเป็นการร้องทนายษิทรา กรณีนำคลิปเสียงซึ่งคัดมาจากศาล แต่กลับนำมาเปิดในคอมพิวเตอร์และถ่ายภาพโพสต์ในเฟซบุ๊กให้อีกฝ่ายรับสารภาพ ซึ่งเป็นการเปิดเผยพยานหลักฐานที่ยังไม่สืบพยาน

ส่วนอีกกรณี ที่ผู้เผยแพร่อีกรายซึ่งนำคลิปมาเปิดเสียงคล้ายครูปรีชา โดยครูปรีชาร้องว่าคลิปดังกล่าวเป็นชุดเดียวกับที่อยู่ในศาล ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับศาลว่าทั้ง 2 อย่างถือเป็นการละเมิดหรือไม่

ส่วนตัวละครสำคัญที่ยังไม่มีใครได้พบ อย่าง “เจ๊เซี๊ยม” จะเดินทางมาเป็นพยานหรือไม่ มองว่าสามารถเป็นไปได้ แต่หากฝั่งครูปรีชามองว่า คนที่มีเสียงในคลิปหากนำมาเบิกความอาจให้การขัดกัน ก็อาจนำพยานรายอื่น เช่น คนเห็นหวยตกที่เคยมีข่าวมาเบิกความทดแทน

ส่วนจะมีน้ำหนักน่าเชื่อถือหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้พิพากษา โดยผู้ที่ไม่มีชื่ออยู่ในสำนวนตำรวจก็สามารถไปเพิ่มได้ ไม่ถือว่าเป็นพยานงอกหากรู้เห็นจริง ซึ่งตนเชื่อว่ามีเซอร์ไพรส์แน่นอน เพราะเป็นการต่อสู้กันเรื่องของศักดิ์ศรีไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *